<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034</id><updated>2011-04-21T14:21:52.006-06:00</updated><title type='text'>...เกร็ดตะกอนที่ก้นแก้ว...</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>37</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-5832372912964518120</id><published>2008-06-17T23:57:00.006-06:00</published><updated>2008-07-25T14:05:53.605-06:00</updated><title type='text'>...เรื่องนี้เกี่ยวกับ "นม" ครับ...</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ffffff;"&gt;...เรื่องนี้เกี่ยวกับ “นม”... &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อความภายในนะครับ ผมต้องขอบอกก่อนว่า เรื่องที่เพื่อนๆกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้มีความเกี่ยวข้องกับ “นม”ล้วนๆเลยนะครับ ไม่ใช่นมเม็ด นมผง หรือน้ำนมในกล่องยูเอชทีอย่างที่หลายคนพยายามจะคิดแน่นอนครับ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ “นม”เน้นๆ ครับ นมของมนุษย์เรานี่แหละครับ นมที่มีลักษณะนามว่า “เต้า” อ่ะครับ แล้วก็จะเน้นไปที่นมของผู้หญิงด้วยนะครับ ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าผมได้ลองวิเคราะห์และเปรียบเทียบดูแล้วว่า นมของผู้ชายนั้นไม่ได้มีอิทธิพลใดๆกับสภาพสังคมและสภาพจิตใจได้เทียบเท่ากับนมของผู้หญิงอย่างแน่นอน จึงขอเขียนเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับนมของผู้หญิงเท่านั้นครับ ดังนั้นสำหรับเพื่อนๆที่คิดว่ามันเป็นเรื่องลามกน่ารังเกียจแล้วล่ะก็ แนะนำให้ไปอ่านเรื่องอื่นๆก่อนหน้าจะดีกว่านะครับ&lt;br /&gt;เอาล่ะครับ หลังจากที่ได้เตือนกันไปแล้วในย่อหน้าข้างบน ผมเชื่อว่าคงยังจะได้เจอกับเพื่อนๆทุกคนอยู่ดีเพราะเชื่อว่าเรื่องเกี่ยวกับ “นม” ที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้มันต้องมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่อย่างแน่นอนใช่มั้ยครับ แน่นอนว่าเพื่อนๆคิดไม่ผิดหรอกครับ “นม”ของผู้หญิงนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดสิ่งหนึ่งบนโลก &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเป็นไอ้พวกโรคจิตชอบแอบดูนมของคนอื่นนะครับ เรื่องของ “นม” ที่ผมจะพูดถึงนั้นเกี่ยวกับอิทธิพลต่างๆในสังคมที่มันเกิดขึ้นจากนมเพียงหนึ่งเต้าหรือหลายเต้า รวมถึงพฤติกรรมการใช้นมอย่างผิดประภทของมนุษย์และจะวนมาจบที่ความรู้สึกของมนุษย์เมื่อได้ใช้นมอย่างถูกวิธีกันครับ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;เริ่มจากเรามาลองวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของการสร้าง “นม”ในสิ่งมีชีวิตกันก่อนนะครับ จากการที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับระบบร่างกายของสิ่งมีชีวิตมาบ้าง ทำให้พอจะสรุปหน้าที่หลักของนมในสิ่งมีชีวิตได้ว่า เอาไว้ใช้สำหรับเก็บน้ำนมที่จะถูกผลิตขึ้นเพื่อเตรียมใช้เป็นอาหารมื้อแรกของทายาทตัวน้อยที่กำลังจะออกมาลืมตาดูโลก ซึ่งในน้ำนมนั้นจะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างครบถ้วนและเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งเกิดมาก็ต้องอาศัยน้ำนมนี้เป็นอาหารหลักจนกว่าจะโต ดังนั้นน้ำนมที่ถูกผลิตขึ้นจึงมีปริมาณที่มากพอสมควร ด้วยเหตุนี้เอง “นม” จึงมีลักษณะเป็นถุงน้ำที่นุ่มนิ่มที่จุได้เยอะและสามารถใช้ปากดูดได้อย่างไม่ระคายเคือง ซึ่งลักษณะตามที่กล่าวมานี้จึงไปปรากฏอยู่ที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ด้วยวัตถุประสงค์เดียวกันนั่นคือ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;ใช้นมเพื่อการ “เลี้ยงลูก” นั่นเอง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;จะมีก็แต่มนุษย์เท่านั้นครับที่แตกต่างออกไป เพราะนอกจากมนุษย์จะใช้ประโยชย์จาก “นม” ในการเลี้ยงลูกแล้ว มนุษย์ยังใช้นมในวัตถุประสงค์อื่นๆอีกมากมาย เนื่องจากว่า “นม” ในสังคมมนุษย์นั้นนอกจากจะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเลี้ยงลูกแล้ว ในยุคแรกเริ่มนั้นยังเชื่อว่า “นม” ในมนุษย์ทำหน้าที่เป็นสิ่งเร้าตามธรรมชาติที่จะกระตุ้นให้มนุษย์เกิดกระบวนการสืบพันธุ์เพื่อขยายพันธุ์อีกด้วย แต่เนื่องจากมนุษย์เราเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่สามารถทำตัวอยู่เหนือธรรมชาติและอีกทั้งยังสามารถควบคุมสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่อยู่ในตัวได้ เราจึงเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่สามารถเข้าสู่กระบวนการร่วมเพศได้โดยปราศจากเงื่อนไขเรื่องการสืบพันธุ์ แต่กลับร่วมเพศกันเพื่อสนองความต้องการและความสุขสมทางอารมณ์เสียมากกว่า ดังนั้น “นม” จึงถือเป็นสิ่งเร้าชั้นดีที่ผู้หญิงหลายคนอยากได้อยากมีถึงขนาดยอมไปทำศัลยกรรมเพื่อให้มันดูเย้ายวนใจ เพราะว่าพอมี “นม” แล้วงานก็มา เงินก็มา ผู้ชายก็มาและอีกหลายๆอย่างก็ตามมาอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่เชื่อลองดูดาราบนจอทีวีสิครับแค่นมใหญ่ก็ดังแล้ว หรือใครอยากดังก็แค่ทำนมหก ถึงมันจะฟังดูขำๆ แต่เอาเข้าจริงก็ได้ผลทุกราย จนทำให้เรารู้สึกว่า “นม” น่าจะเป็นอวัยวะที่สามรองจากมือและเท้าที่สามารถใช้ไต่ขึ้นที่สูงได้ หรือที่เราเรียกกันว่า “ไต่เต้า” กันนั่นแหละครับ (อันที่จริงควรจะเรียกว่าเอาเต้าไต่เสียมากกว่า)(ฮา) อีกทั้งเรื่อง “นมใหญ่” หรือ “นมเล็ก” ก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิงหลายคน จนเกือบจะเป็นเรื่องหลักๆที่ถูกทักหลังจากที่สนิทกันแล้วด้วยซ้ำ ทั้งที่มีอวัยวะส่วนอื่นให้ทักให้สังเกตุกันมากมาย แต่ก็ไม่เคยมีใครที่จะสามารถหลุดพ้นออกไปจากอิทธิพลของมันได้เลย จนกลายเป็นคำล้อประจำวัฒนธรรมไทยของเราไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น...อกไข่ดาว...อกลูกเกดแปะผนัง...อกไม้กระดาน...แยกไม่ออกเลยว่าด้านไหนคือด้านหน้า ด้านไหนคือด้านหลัง ฯลฯ รวมถึงผู้ชายบางคนยังเอาเหตุผลนี้มาเป็นข้ออ้างในการ “เลือก” หรือ “เลิก” เสียด้วยซ้ำ นั่นก็เป็นเพราะอิทธิพลของ “นม” ที่มันส่งผลกับสังคมเรานั่นเองครับ&lt;br /&gt;จากทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าอิทธิพลของ “นม” นั้นมีมากมายขนาดไหนใช่มั้ยครับ ปัจจุบันมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยไปโดยปริยายและพัฒนากลายเป็นความเชื่อหลักที่ดูจริงจังจนบางครั้งถึงกับต้องห้ามนำเรื่องพวกนี้มาล้อเลียนกัน เพราะถือว่ามันคือ “ปมด้อย” ที่ไม่ควรนำมากล่าวซ้ำเติมกันเลยทีเดียวครับและสุดท้ายยังมีอีกหนึ่งคุณประโยชน์ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ “การใช้นมเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการร่วมเพศของมนุษย์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การใช้นมเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการร่วมเพศของมนุษย์” นั้นถือเป็นการใช้นมอย่างผิดวัตุประสงค์ในการสร้างที่ดูจะจริงจังและมีความเป็นสากลที่สุดเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ อีกทั้งมันยังได้พัฒนาจนกลายไปเป็นแบบแผนในการมีเพศสัมพันธุ์ของมนุษย์ ที่ใช้ปฏิบัติกันจนเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว มาถึงย่อหน้านี้ผมก็ยังขอย้ำนะครับว่า ไม่ได้มีเจตนาจะเขียนเรื่องลามกอนาจารแต่อย่างใด เพียงแต่มันมีความสำคัญมากที่ผมจะต้องยกเอาเรื่องบทบาทของนมในการร่วมเพศมาเปรียบเทียบให้เห็นกันก่อน เนื่องจากมันจะทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบที่ชัดเจนในบทสรุปตอนท้าย ซึ่งยังให้คำแนะนำเพื่อนๆเหมือนเดิมคือ ...ไม่เหมาะสำหรับคนขวัญอ่อนนะครับ....(ฮา) &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;ปัจจุบัน “นม” ถือเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมากไม่แพ้อวัยวะอื่นใดในการร่วมเพศของมนุษย์นะครับ เพราะเป็นจุดสำคัญในการเล้าโลมโหมอารมณ์และยังเป็นอวัยวะที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาที่ดำเนินภาระกิจ เนื่องด้วยลักษณะของนมนั้นมีลักษณะเป็นถุงนุ่มนิ่ม ยื่นออกมาจากร่างกาย มีจงอยเล็กๆนิ่มๆยื่นออกมาจากตำแหน่งกึ่งกลางเต้า หรือที่เราเรียกว่า “หัวนม” นั่นเองครับ มันใช้ทำหน้าที่เป็นท่อปลายทางของการลำเลียงน้ำนมอันมากด้วยคุณค่ามาสู่ปากของลูกน้อยในยามที่มนุษย์เราต้องแปลงสภาพกลายเป็น “แม่”นั่นเองครับ ซึ่งเราจะคุ้นเคยกับมันมาตั้งแต่เราลืมตาออกมาดูโลกเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ยังจำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำไป อีกทั้งขนาดของ “นม” นั้นยังมีขนาดพอเหมาะพอดีกับมือของมนุษย์ ดังนั้นเราจึงสามารถ “ใช้งาน” “นม” ได้โดยสัญชาตญาณอย่างที่ไม่ต้องมีใครมาสอน นั่นคือการ...บีบ...คลึง...เค้น...ขยำ...เลีย...และที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “การดูด”ครับ ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าอาการของคนที่โดน “ดูด”นมนั้น จะมีอาการสุขเสียวสะท้านไปทั้งร่างกายจนถือได้ว่าเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่จะละเลยไม่ได้ในการร่วมเพศเลยทีเดียว (อันนี้ผมสังเกตุจากภาพยนต์ญี่ปุ่นหลายๆเรื่องอ่ะนะครับ โปรดอย่าได้คิดเป็นอื่น) &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;แต่จุดนี้นี่แหละครับที่มันสำคัญ(เฮ้อออ ได้เข้าเรื่องซะที เขียนจนจะกลายเป็นนิยายอีโรติกอยู่แล้ว เหอๆ)ที่ว่ามันสำคัญนั้นก็คือ มันเริ่มจากความสงสัยใคร่รู้ของผมเองที่ว่า มนุษย์เพศหญิงนั้นเมื่อเข้าสู่ระบบการสืบพันธุ์ “นม” ของเธอจะถูกใช้โดยจุดประสงค์อื่นก่อนที่จะได้มาใช้เป็นถุงเสบียงสำหรับเจ้าตัวน้อย ดังนั้นอย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า การที่เราใช้นมในการร่วมเพศนั้นมันจะก่อให้เกิดความรู้สึกแบบไหน ซึ่งถ้าการร่วมเพศนั้นเป็นไปในระยะที่อุดมสมบูรณ์ของฝ่ายหญิง เธอก็จะให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยออกมา ตอนนี้แหละครับที่ผมสงสัยมากว่า ตอนที่ผู้หญิงจะต้องเปลี่ยนหน้าที่ของ “นม” จากเป็นอวัยวะที่สร้างความสุขสมให้กับตนและคู่รัก ให้กลายมาเป็น อวัยวะที่ใช้สำหรับมอบสารอาหารแก่ลูกน้อย ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นมันจะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ในเมื่อการใช้งานนั้นมันมันต้องใช้กิริยาอาการ “ดูด” เหมือนกัน ที่ตัวผมเองเกิดข้อสงสัยนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะดูถูกเพศแม่แต่อย่างใดนะครับ เพราะผมเองก็รักแม่ของผมมาก เพียงแต่มองมันอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ว่า &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;.......ถ้าไอ้ต่อมรับความรู้สึกจากการดูดนั้นมันยังเป็นต่อมเดิม ดังนั้นถ้าเกิดกิริยาเดิมขึ้นที่บริเวณนั้นมันก็น่าจะให้ความรู้สึกแบบเดิมด้วย.......ไม่ใช่หรือครับ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;แต่สิ่งที่น่าแปลกคือคำตอบจากเหล่าเพื่อนๆผู้หญิงของผมต่างหากครับ เธอมีเจ้าตัวน้อยกันทุกคนแล้วผมจึงไม่อายที่จะถามกันตรงๆว่า ไอ้ความรู้สึกตอนที่โดนเจ้าตัวน้อยดูดนมเป็นครั้งแรกเนี่ย มันรู้สึกยังไง เสียวแปล๊บ จั๊กจี้ คันหรืออะไรอีกมากมายที่ผมยกตัวอย่างให้เธอเลือก แต่เพื่อนๆเชื่อมั้ยครับคำตอบที่ผมได้รับจากปากเพื่อนทุกคนก็คือ.... &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;“เจ็บ”&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;แต่มันเป็นความเจ็บที่แปลกประหลาด เพราะว่ามันรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกเหมือนชีวิตของเรากับเจ้าตัวน้อยที่ปากกำลังดูดอยู่ที่นมของแม่อย่างเอาจริงเอาจังมันหลอมรวมกันเป็นร่างเดียว อบอุ่นมากๆ อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เพื่อนของผมบางคนถึงกับน้ำตาไหลร้องไห้ออกมา เธอว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีมากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน คนแล้วคนเล่าที่ผมเฝ้าถามเพื่อหาคำตอบที่เป็นกลางแต่ไม่มีครั้งใดเลยที่ผมจะได้คำตอบอย่างอื่น&lt;br /&gt;คงเป็นนี่กระมังสิ่งที่จะเปลี่ยนโลกนี้ได้ สิ่งที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์ทุกอย่าง สิ่งที่ทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงได้เสมอ สิ่งที่แม้แต่ระบบประสาทอันแสนเที่ยงตรงของมนุษย์ก็ยังต้องหลีกทางให้กับ... &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;... “จิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก” ... &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;ที่แม่ผู้ให้กำเนิดถ่ายทอดออกมาสู่ลูกน้อยเป็นสายใยที่แน่นเหนียวที่สุดในโลกนี้ นี่กระมังคือความลับของจักรวาลที่ทำให้โลกนี้ยังคงน่าอยู่มาจนถึงปัจจุบัน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;.......................ดังนั้น เรามารักคุณแม่กันให้มากๆนะครับ...(ยิ้ม)........................ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;ปล.บอกแล้วว่าไม่ลามก อิอิ เห็นมั้ย อ่านแล้วก็ยิ้มกันทุกคน เหอๆ กริ๊วววววววววววววววววววววววววววว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-5832372912964518120?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/5832372912964518120/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=5832372912964518120' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/5832372912964518120'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/5832372912964518120'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/06/blog-post_17.html' title='...เรื่องนี้เกี่ยวกับ &quot;นม&quot; ครับ...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-6020375005407800506</id><published>2008-06-15T12:17:00.001-06:00</published><updated>2008-06-15T12:26:18.930-06:00</updated><title type='text'>...เทคโนโลยีดีจริงหรือ?...</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันก้าวล้ำไปมากแล้วนะครับสำหรับโลกใบนี้ ทุกวันนี้เราสามารถทำอะไรได้หลายอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ทำได้แม้กระทั่งการสร้างสิ่งมีชีวิตแบบก๊อปปี้หรือที่เราเรียกว่า “โคลนนิ่ง” ขึ้นมาใหม่ อาจเป็นไปได้ว่า วันหนึ่งโลกของเราอาจกลายเป็นโลกแบบหนังเรื่อง “the Island” สำหรับคนที่ไม่เคยดูนะครับ หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เปิดตัวด้วยชีวิตของคนกลุ่มนึงที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เราไม่คุ้นเคย ซึ่งเรามารู้ภายหลังว่ามันคือโลกจำลองที่ถูกสร้างขึ้นไว้เพื่อให้เหล่ามนุษย์ที่ถูกโคลนนิ่งขึ้นมาได้อาศัยเพื่อรอวันที่จะถูกนำไปชำแหละเอาชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งไปทดแทนให้กับเจ้าของร่างกายต้นแบบ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือคนเหล่านี้ถูกโคลนขึ้นมาเพื่อฆ่าเอาอวัยวะนั่นแหละครับ มีชีวิตเกิดมาเพื่อรอวันตายเท่านั้น ฟังดูน่าเศร้าเนอะ ว่ามั้ยครับ&lt;br /&gt;แต่อย่ากังวลไปเลยครับ เรื่องที่จะเอามาเล่าวันนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังเรื่องนี้หรือการโคลนนิ่งใดๆครับ ผมเพียงไปพบเจอข้อสังเกตุที่น่าคิดบางประการเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ของมนุษย์เรา ว่าในท้ายที่สุดแล้วมันจะก่อให้เกิดประโยชน์กับวิวัฒนาการของเราจริงหรือ เรื่องมันมีอยู่ว่า.....&lt;br /&gt;เย็นวันนี้น้องอ้อ(สุดที่รักของผม)เพิ่งกลับจากฝึกงานอ่ะนะครับ อ่อ ลืมบอกไปว่าน้องอ้อเรียนสัตวแพทยศาสตร์อยู่ที่จุฬาฯครับ แล้ววันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับเคสที่เจอสองวันติดกัน นั่นก็คือเคสที่น้องหมาคลอดลูกไม่ได้ครับ เจ้าของเลยต้องเอามาที่โรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอผ่าออก อืมมม ดูจะเป็นเรื่องที่แสนธรรมดาไปแล้วใช่มั้ยครับสำหรับการดูแลสุนัข ที่ปัจจุบันเจ้าของบางคนรักเหมือนกับลูกของตัวเองเลย ดังนั้นการดูแลอะไรหลายๆอย่างจึงคล้ายคนเข้าไปทุกทีแม้กระทั่งการคลอดลูก (ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีการบล็อคหลังแล้วให้เจ้าของเข้าไปดูตอนผ่าด้วยหรือเปล่า.....เหอๆ )&lt;br /&gt;ด้วยตัวผมเองนั้นมีประสบการณ์ในการเลี้ยงน้องหมามาตั้งแต่เด็กครับ เพราะคุณพ่อและคุณแม่ชอบหมา ผมเองจึงได้มีประสบการณ์ร่วมในเหตุการณ์ที่น้องหมาที่แสนน่ารักจะคลอดลูกบ่อยครั้ง เลี้ยงหมามาหลายสิบตัว เห็นหมาคลอดมาหลายสิบครั้ง คลอดออกมามีตายไปบ้างแต่ก็รอดซะส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่เคยจะไปทำอะไรมัน ไม่เคยสนใจที่จะจับมันไปทำอัลตร้าซาวน์อย่างที่คนทุกวันนี้ทำกัน ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นธรรมชาติของมันเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด เพียงแต่คิดว่าทางออกตามธรรมชาติน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;บ่อยครั้งนะครับที่มนุษย์เรามักเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางในการตัดสินว่าอะไรดี อะไรไม่ดีอยู่เสมอๆ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งอื่นที่เราคิดว่ามันแย่สำหรับเรา มันอาจจะดีที่สุดสำหรับบางชีวิตก็เป็นได้ ซึ่งนั่นมันก็เป็นเพราะว่าเราเกิดมาแตกต่างกันนั่นเอง มีใครเคยรู้บ้างมั้ยครับว่าน้องหมามันชอบมั้ยที่ถูกจับแต่งตัวประหลาด อาจดูน่ารักในสายตามนุษย์แต่ความรู้สึกจริงๆของมันแล้วมันชอบหรือเปล่า ถ้าเทียบกับได้อยู่แบบปล่อยขนโล่งๆ มันจะชอบอันไหนมากกว่ากัน หรือแม้แต่เรื่องนี้ เรื่องที่เพิ่งเล่าไปเกี่ยวกับการผ่าตัดทำคลอดให้หมา จะต่างกันนิดหน่อยก็ตรงที่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับความเป็นความตายมากกว่าความสวยงามก็เท่านั้น&lt;br /&gt;ผมเชื่อในพลังแห่งธรรมชาติมาตลอดนะครับ ที่ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะร้ายแรงซักแค่ไหน มันก็จะมีทางออกของมันเสมอ ซึ่งวงจรชีวิตของสัตว์ต่างๆบนโลกนี้ล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้ระบบของธรรมชาติทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น มันจะมีสัตว์ชนิดหนึ่งที่หน้าตาคล้ายหนู(ผมจำไม่ได้แล้วว่ามันคือตัวอะไร) ที่ในทุกๆปีมันจะผลิตประชากรออกมามากมาย แล้วเมื่อถึงวันหนึ่งในรอบปีมันก็จะโดนน้ำซัดลงไปตายเกลื่อน ลอยเท้งเต้งอยู่ในทะเล จากปริมาณที่เห็นแทบจะเรียกได้ว่ามันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ซะด้วยซ้ำ แต่ที่แปลกก็คือในทุกรอบปีภายหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้ มันก็จะมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์รุ่นใหม่ผลิตประชากรรุ่นใหม่ออกมาเสมอ ชีวิตของมันจะเริ่มต้นใหม่เสมอ นี่มันอาจจะเป็นการรักษาสมดุลย์ทางธรรมชาติที่ช่วยไม่ให้สิ่งมีชีวิตอื่นต้องได้รับความเสียหายจากการเจริญพันธุ์ของเจ้าสัตว์พันธุ์นี้หรือเปล่า หรืออีกกรณีที่เห็นได้ชัด เช่น หมีแพนด้าที่แม้ว่ามันจะมีโอกาสตกลูกได้น้อยมาก มันก็ไม่เคยจะสูญพันธุ์ ยังคงผลิตลูกหลานรุ่นใหม่ออกมาอย่างสม่ำเสมอมาตลอดหลายร้อยปี ซึ่งทุกๆชีวิตบนโลกใบนี้ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เกิดมาเพื่อทำหน้าที่อะไรบางอย่างที่สัมพันธ์สอดคล้องและให้ประโยชน์กับสิ่งอื่นจนถึงขีดสุดที่มันจะไม่ไปทำลายระบบอื่นได้ จากนั้นก็จะถูกโละทิ้งเพื่อเริ่มรอบชีวิตใหม่ วนเวียนเช่นนี้ไปเป็นวัฎจักรของโลก ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทำให้โลกเราคงอยู่มายาวนานจนถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt;แต่สิ่งหนึ่งที่ตั้งแต่เกิดมาก็มักจะทำตัวอยู่เหนือกฏเกณฑ์ของธรรมชาติเสมอ มักจะเข้าไปทำลายระบบนิเวศน์ของสิ่งอื่นเสมอ อีกทั้งยังคอยหาเหตุผลมาสนับสนุนให้ตนดูดีอยู่เสมอนั่นคงไม่ใช่ใคร ก็คือมนุษย์อย่างเราๆท่านๆนี่เองที่พยายามจะทำทุกอย่างให้มันดีขึ้นโดยที่ไม่ได้สนใจระบบเดิม ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นอย่างมากมาย สัตว์หลายชนิดต้องสูญพันธุ์ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งหมดที่กล่าวมามันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมนุษย์เราออกล่าอย่างไร้เหตุผลอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังรวมถึง “ความรัก”ที่ก่อให้เกิดเทคโนโลยีทางการแพทย์บางอย่างที่เหมือนจะดีในส่วนย่อย แต่เอาเข้าจริงในภาพรวมมันกลับเป็นการทำลายระบบการคัดสรรที่ดีเยี่ยมตามธรรมชาติไปเสียแล้ว อย่าเพิ่งสงสัยนะครับว่ามันจะวนเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องช่วยน้องหมาคลอดลูกยังไง อดทนอ่านอีกนิดเถอะครับ ผมอยากเล่าให้ฟังเกี่ยวกับระบบการคัดสรรตามธรรมชาติอย่างคร่าว ซึ่งมันน่าจะช่วยให้เพื่อนๆที่กำลังอ่านอยู่สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า เทคโนโลยีเหล่านั้นมันมีผลเสียอย่างไร&lt;br /&gt;เริ่มจากที่ได้เล่าไปแล้วว่าธรรมชาติมันจะทำการรักษาสมดุลย์ด้วยตัวมันเอง อะไรที่มันมากจนเกิดผลเสียก็ต้องทำลายทิ้งซะบ้าง อะไรที่มันน้อยจนเกิดผลเสียก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงซะบ้าง งงกันใช่มั้ยครับว่าไอ้อย่างหลังมันคืออะไร ที่จริงมันก็คือระบบคัดสรรของธรรมชาตินั่นเองครับ ที่จะคัดเอาเฉพาะสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้มันสามารถดำรงอยู่ได้และเอื้อประโยชน์ต่อสิ่งอื่นต่อไปนั่นเองครับ ยกตัวอย่างเช่น มีงูชนิดหนึ่งที่มีไม่มีพิษอะไร เกิดมาก็ถูกนกจับกินอยู่ร่ำไป ไม่นานนักก็คงจะถึงการสูญพันธุ์เนื่องจากปริมาณมันลดลงและสายพันธุ์ก็ไม่แข็งแกร่งพอจะอยู่บนโลกใบนี้ได้ ธรรมชาติจึงได้เล่นตลกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สีผิวของมัน ซึ่งดันไปคล้ายกับงูมีพิษชนิดหนึ่ง ทำให้นกซึ่งมองจากที่สูงแยกแยะไม่ออก ไม่กล้ากิน มันจึงรอด พอรอดแล้วก็ขยายพันธุ์ได้จนในที่สุดมันก็อยู่ยงมาจนถึงทุกวันนี้ อันที่จริงแล้วจะเรียกสิ่งนี้ว่าความบังเอิญก็คงไม่ผิดนักครับ เพราะกว่าที่จะมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สีผิวจนไปคล้ายกับสีของงูมีพิษได้ มันต้องใช้เวลาหลายร้อยปี แต่ก็อีกนั่นแหละครับ ผมก็ยังเชื่อว่านี่คือกระบวนการที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่ดีเพราะว่าสิ่งที่เหลืออยู่ในปัจจุบันคือสิ่งที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่าอยู่ได้ และกระบวนการนี้ก็ยังไม่เคยที่จะหยุดทำงานเลยซักวันเดียว ไม่เชื่อก็ลองสังเกตุกันดูสิครับ ว่าจู่ๆก็จะมีโรคประหลาดอะไรเกิดขึ้นมาใหม่อีก แล้วก็คร่าชีวิตคนและสัตว์ไปอีก สิ่งที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่ของชีวิตในโลกหน้า&lt;br /&gt;ทีนี้มาเข้าเรื่องของเรากันเลยดีกว่าครับ อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วตั้งแต่ต้นนะครับว่า น้องอ้อ(สุดที่รักของผม)เพิ่งจะได้ไปช่วยทำคลอดน้องหมาซึ่งไม่สามารถออกลูกเองได้ตามธรรมชาติ ที่ทำไปนั้นก็เพราะความรักกลัวน้องหมาจะตาย กลัวลูกน้องหมาจะตาย ซึ่ง “ความรัก”ถือเป็นเรื่องดีครับ แต่เรามาลองคิดดูกันสักนิดดีมั้ยครับว่า ไอ้สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นเนี่ย มันไปทำลายระบบคัดสรรตามธรรมชาติหรือเปล่า จะเป็นไปได้มั้ยว่าไอ้การที่น้องหมามันไม่สามารถคลอดได้เองนั้น มันเป็นความบกพร่องที่สมควรจะได้รับการถูกคัดทิ้ง เพื่อรักษาสายพันธุ์ที่สมบูรณ์และไร้ปัญหาที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่เริ่มโหดร้ายลงทุกที จะเป็นไปได้มั้ยว่าสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่นั้นกำลังไปทำให้สายเลือดที่จะออกมาจากน้องหมาตัวนี้ไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างปกติ เพราะทุกครั้งที่จะออกลูกก็ต้องอาศัยการผ่าตัด แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดว่ามันไม่ได้อยู่ในมือหมอหรือมนุษย์คนใดที่จะผ่าให้มันได้ และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสายพันธุ์นี้แพร่กระจายออกไปแต่ไม่มีหมอคอยผ่าอีกต่อไป มันจะเป็นยังไงในช่วงวินาทีนั้น .....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ถ้ามันเป็นอย่างที่ผมคิด นี่มันคงไม่ต่างอะไรกับการสังหารหมู่ ไม่ต่างอะไรกับการเอายาพิษให้มันกินแล้วก็รอเวลาที่มันจะตายด้วยพิษยา....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องราวมันจะเป็นแบบนี้หรือไม่ แน่นอนว่าผมไม่มีทางรู้ เพราะผมเป็นแค่สถาปนิกธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่ชอบคิดไปเรื่อยเปื่อย หวังเพียงอยากเห็นทุกชีวิตที่เคยอยู่ด้วยกันได้มีความสุขตามอัฒภาพและอยู่ภายใต้ระบบคัดสรรและการรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติก็เท่านั้น เพื่อที่โลกเราจะได้คงอยู่อย่างใสสะอาดตลอดไปครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.ทั้งหมดที่กล่าวมามิได้มีเจตนาที่จะไปกระทบกระแทกผู้ใดนะครับ เป็นเพียงความคิดเห็นหนึ่งของผมเพียงคนเดียวเท่านั้น ด้วยหวังว่า จากการกระทำที่เกิดจากความรักนั้น เมื่อแก้ไขเรื่องเร่งด่วนไปแล้ว อย่าลืมไปแก้ไขกันที่ต้นตอของปัญหาด้วยนะครับ เพื่อที่วันข้างหน้าเราจะได้ไม่ต้องกลับมาแก้เรื่องเดิมกันอย่างไม่รู้จักจบสิ้นอีกต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกความพยายามนะครับ น้องอ้อสู้ๆคร้าบบบบบบบ อิอิ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-6020375005407800506?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/6020375005407800506/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=6020375005407800506' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6020375005407800506'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6020375005407800506'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/06/blog-post.html' title='...เทคโนโลยีดีจริงหรือ?...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-4780659739754645128</id><published>2008-02-26T01:26:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:29:50.675-06:00</updated><title type='text'>...ตาน้ำกับความอดทน...</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คุณๆเคยสงสัยกันมั้ยครับว่า&lt;br /&gt;...เวลาที่เรามีเรื่องขัดแย้งระหว่างคนสองคนไม่ว่ากับเพื่อน กับแฟนหรือกับใครๆก็ตาม&lt;br /&gt;...เรื่องที่ทำให้อีกฝ่ายนึงไม่สบายใจ ไม่มีความสุข เรื่องที่ทำให้ทะเลาะกันทุกครั้งที่คุย&lt;br /&gt;...เรื่องที่คอยบั่นทอนเวลาแห่งความสุขระหว่างคนทั้งสองให้ลดลงทุกที&lt;br /&gt;...ทั้งๆที่ในที่สุด เราก็เปลี่ยนแปลงไปในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ แต่ทำไมบ่อยครั้งจึงต้องจบด้วยการเลิกรา แยกจากกันไปทั้งที่ยังรักกัน แต่ความรู้สึกระหว่างเรากลับไม่เหมือนเดิม และสุดท้ายก็กลายเป็นคนที่ไม่รู้จักกันไปในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...อันที่จริงแล้วเหตุผลมันมีอยู่...แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะคำนึงถึง ด้วยคิดว่าแค่เปลี่ยนสิ่งที่ขัดแย้งกันนั้นก็คงจะพอ โดยไม่ได้สนใจระยะเวลาที่กำลังเดินผ่านไป แต่หารู้ไม่ว่า ”เวลา” นี่แหละคือตัวแปรสำคัญที่สุดที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ดีขึ้นได้ หรือทำลายทุกอย่างที่สั่งสมมาให้ราบคาบได้ภายในพริบตาเดียว&lt;br /&gt;...ว่าด้วยเรื่องความอดทนของคนนั้นมันมักจะมีขีดจำกัด มากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่สถานการณ์และความสามารถเฉพาะบุคคล แต่ถึงแม้ว่ามันจะมีขีดจำกัดอย่างไร ความอดทนนั้นๆก็สามารถเพิ่มขึ้นได้เสมอ โดยสัมพันธ์กับระยะเวลาที่จะต้องอดทนเรื่องนั้นๆ ...&lt;br /&gt;...เปรียบเหมือนกับตาน้ำที่ผุดออกมาเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่มีการใช้น้ำเกินความสามารถในการผุด มันก็ไม่มีวันหมด เหลือมากบ้างน้อยบ้างคละกันไป แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการใช้น้ำนั้นเกินกำลังที่มันจะผลิตได้ ตาน้ำนั้นมันก็จะแห้งเหือด ทำได้เพียงรอเวลาที่กระแสน้ำจากส่วนไกลเดินมาถึง แน่นอนว่าบางชีวิตอาจจะรอไม่ไหวล้มตายกันไปก่อน...&lt;br /&gt;...จะว่าไปตาน้ำนั้นมันก็เหมือนกับความอดทนอดกลั้นของคนเรา เช่นถ้าเกิดว่า เราทะเลาะกับใครวันนี้ เราทำให้เค้าไม่พอใจกับเรื่องนี้ วันแรกความอดทนของอีกฝ่ายยังเต็มเปี่ยม ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็คงดีกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ต่อมาเกิดเรื่องเดิมอีก...ก็ยังพอทนได้ เพราะมันใช้ยังไม่หมดแถมยังถูกเติมกลับมาบางส่วน เดี๋ยวก็คง คืนดีกัน แต่อาจช้ากว่าครั้งแรกไปบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ต่อมาอีก เกิดเรื่องเดิมอีก ก็ยังพอทนได้ เพราะความอดทนเหลือน้อยและถูกเติมยังไม่ทัน เลยอาจต้องใช้เวลานานหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ต่อมาอีก เรื่องนี้ก็เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า........จนความอดทนมันเติมไม่ทัน....&lt;br /&gt;และเมื่อนั้นความแตกหักก็จะบังเกิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แน่นอนว่าในช่วงเวลานั้น มันเป็นจุดที่ต้องตัดสินใจว่าคุณจะยังเป็นเหมือนเดิมเพื่อแลกกับความเป็นตัวคุณ แต่ก็อาจเสียเค้าไป หรือคุณจะยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อแลกกับอีกหนึ่งคนที่รักคุณ แต่คุณก็ต้องแลกกับความเป็นตัวคุณบางอย่างที่ต้องหายไป&lt;br /&gt;..... อยู่ที่เราเท่านั้น ว่าเห็นอะไรสำคัญกว่า แล้วก็ตัดสินใจและยอมรับผลของมัน ก็เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไม่มีใครถูก และก็ ไม่มีใครผิด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ฟังดูเหมือนเข้าใจง่าย แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกครับ&lt;br /&gt;...เพราะในทุกๆครั้งที่เรื่องเหล่านี้เกิด...คุณก็มักจะต้องเสียเค้าไปอยู่ดี ทั้งที่ๆคุณก็เลือกในสิ่งที่เค้าต้องการ&lt;br /&gt;...ทำไมน่ะเหรอครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ก็เพราะว่าคุณตัดสินใจ”ช้า”ไปยังไงล่ะครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;... คุณใช้โควต้าของความอดทนที่อีกฝ่ายมีหมดไปซะแล้ว และมันก็ยังวิ่งมาเติมไม่ทัน นอกจากนั้นยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คุณๆอาจลืมคิดไปว่า ในทุกครั้งที่ความอดทนถูกใช้อย่างหนักหน่วงนั้น สิ่งหนึ่งที่มันตามเข้ามาเสมอเป็นเงาตามตัว ก็คือ ความอ่อนล้าและความกลัวที่มักจะเพิ่มขึ้นสวนทางกับความอดทนที่ลดลง จึงไม่น่าแปลกใจที่ในวันสุดท้ายที่คุณตัดสินใจ แม้ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่เอื้อประโยชน์ให้กับอีกฝ่าย แต่เค้าก็ยังไม่สามารถที่จะอยู่กับคุณได้ เพราะความอดทนที่เหลือน้อยนิด บวกกับความกลัวและความอ่อนล้าแถมจิตใจยังบอบช้ำจนจำใจต้องลาจาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น...การที่เราเลือกในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ โดยไม่ได้ดูระยะเวลา จึงไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิม เหมือนซื้อของฝากโดยไม่ดูวันผลิต พอมาถึงมือคนที่จะฝากมันก็เสียซะแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.... เสียใจ แต่ทำอะไรไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....รัก แต่ทำอะไรไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้านัก ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...”ทั้งๆที่รักกัน แต่ก็ไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตร่วมกันได้”...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...และที่สำคัญมันไม่ควรเกิดขึ้นกับใครเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...สุดท้าย บทความบทนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อบอกว่า...อะไรผิด ...และอะไรถูก ทั้งนี้ก็เพราะว่าไม่มีใครรู้ และไม่มีใครตัดสินได้ เพียงแต่เขียนขึ้นเพื่อบอกกล่าวถึงสภาพอารมณ์ของมนุษย์ ที่ใครหลายคนอ้างว่าไม่รู้ ไม่เคยเข้าใจ ถึงได้ละเลยและมองข้ามจนทำให้เราต้องสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักไป ทั้งๆที่เราก็รักเค้า และเราในที่สุดเราก็จะทำเพื่อเค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แต่มัน”ช้า”ไป ไม่ทันการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แต่มันจะไม่มีอีกแล้ว เพราะว่าวันนี้ คุณได้รู้แล้ว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...รีบคิดแล้วก็รีบทำกันนะครับ สิ่งดีๆรอคุณอยู่...(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.ขอให้ทุกคนมีความสุขกับผลของทุกๆการตัดสินใจของคุณนะครับ เพราะผมเชื่อว่า...”คุณคิดดีแล้ว”...(ยิ้ม)&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-4780659739754645128?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/4780659739754645128/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=4780659739754645128' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4780659739754645128'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4780659739754645128'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/02/blog-post_26.html' title='...ตาน้ำกับความอดทน...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-8992158221050604223</id><published>2008-02-06T02:05:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:30:21.752-06:00</updated><title type='text'>...แท็กซี่...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;…แท๊กซี่…&lt;br /&gt;เราคงคุ้นตากับท่าทางเหล่านี้กันนะครับ&lt;br /&gt;เอามือขวาหรือมือซ้าย ข้างใดก็ได้ที่ถนัดในตอนนั้น ยกให้มันยื่นออกไปขนานกับพื้นโลกแล้วขยับขึ้นลงนิดๆอย่างพลิ้วไหว สวยงาม สายตาก็มองตรงเข้าไปในรถสีสันสดใสดูไฟสีแดงแสดงสถานะ”ว่าง”&lt;br /&gt;(ทั้งๆที่ไม่มีไฟแสดงคำว่า”ไม่ว่าง”ซักหน่อย เวลาวิ่งเร็วๆก็อ่านไม่ทัน ฝรั่งก็อ่านไม่ออก ผมเลยไม่ค่อยเข้าใจนักว่าจะทำไฟให้มันเป็นคำว่า”ว่าง”ทำไม ทั้งๆที่ปัจจุบันก็ดูกันแค่ที่สีแดงเท่านั้น ตลกดี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...พี่ครับ ไปพุทธมณฑล สาย2 ครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมปล่อยประโยคนี้ไปกระทบหูพี่คนขับ หลังจากที่แง้มบานประตูออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...หงึก...(เสียงของอาการพยักหน้าว่า”โอเค” แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินเสียง”หงึก”จริงๆเสียที)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ปึ้ง!!!!!...เสียงประตูปิด ที่ดังขึ้นพร้อมกับจุดเริ่มต้นของการเดินทาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน พ.ศ.นี้ คงไม่มีใครที่ยังไม่เคยใช้บริการของแท็กซี่มิเตอร์ใช่มั้ยครับ บางคนอาจจะใช้อย่างเป็นประจำด้วยซ้ำ ผมเองก็คนนึงล่ะที่ต้องนั่งแท็กซี่หลายต่อหลายครั้งในหนึ่งเดือน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผมได้พบเจอเรื่องดีๆอีกหนึ่งเรื่องครับ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า...&lt;br /&gt;ที่พักของผมอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวพุทธมณฑล สาย 2 โดยตำแหน่งที่ตั้งของมันนั้นเรียกได้ว่าอยู่ค่อนข้างลึก หากจะใช้เวลาเดินเข้าจากหน้าหมู่บ้าน ด้วยอัตราเร็วสบายๆ ไม่เร่ง ก็จะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณสามสิบนาที ตัวผมเองมักจะมีปัญหากับการเดินทาง เข้า-ออก อยู่เสมอ เนื่องจากว่าพี่ๆมอเตอร์ไซด์รับจ้างมีจำนวนค่อนข้างน้อย และก็ไม่ค่อยอยากทำงานเท่าไหร่(พี่เค้าคงมาขับมอเตอร์ไซด์เพราะว่าไปบนเจ้าพ่อที่ไหนไว้ซักแห่งแน่ๆ) บ่อยครั้งผมจึงต้องเดินตากแดดที่ร้อนจัดออกมาต่อรถที่หน้าหมู่บ้านเอง แต่ก็มีบางครั้งนะครับที่โชคดีจะเรียกว่า ราชรถมาเกย ก็คงไม่ผิดนัก เพราะว่าบังเอิญมีแท็กซี่ที่วิ่งเข้ามาส่งผู้โดยสารคนอื่นแล้วต้องย้อนกลับไปออกทางเดิมวิ่งผ่านมาพอดี ซึ่งหลายครั้งที่ผมตัดสินใจขึ้นนั่งรับความเย็นและประหยัดเวลาแลกกับจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นหลายสิบ&lt;br /&gt;วันนั้นเป็นวันที่แดดร้อนมาก ผมกับแฟนเดินออกจากบ้านหมายจะนั่งมอเตอร์ไซด์ไปต่อรถเมล์หน้าหมู่บ้าน แต่กวักมือเรียกเท่าไหร่พี่ๆเค้าก็ยังคงนั่งสนทนากันอย่างออกรส(ก็ทำงานแก้บนนี่นา ไม่ใช่ใจรัก ผมผิดเองที่ไปคาดหวัง) จนผมจนปัญญาจำต้องบอกกับแฟนว่าเดี๋ยวเราเดินไปหน้าหมู่บ้านกันเองก็แล้วกัน ว่าแล้วก็เริ่มเดิน เดชะบุญที่ตอนนั้นมีแท็กซี่สีส้มสดวิ่งผ่านมาพร้อมไฟแดง กำลังมุ่งหน้าไปหน้าหมู่บ้านพอดี ผมเลยโบกมือเรียกซึ่งพี่เค้าก็ชะลอรถมาจอดรับใกล้ ที่น่าตลกคือในจังหวะที่ผมโบกมือเรียกพี่แท๊กซี่นั้นเอง พี่ๆพนักงานแก้บนก็ดันนึกว่าผมเรียกแก เลยขี่รถออกมาหาซะงั้น ไม่ทันแล้วครับ ผมก้าวขึ้นรถพร้อมพร้อมกับโบกมือเป็นสัญญาณให้เค้ารู้ว่า”ไม่เอา” “ผมไม่ได้เรียก” “ผมเรียกแท็กซี่ต่างหาก” “เชิญพี่ๆสนทนาหัวข้อเรื่องโลกร้อนกันต่อไปเถอะครับ” แท๊กซี่คันนั้นมาเทียบข้างผมพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไปจรัญฯ 71 ครับพี่... ผมบอกพร้อมกับปิดประตู&lt;br /&gt;คราวนี้ไม่มี”หงึก”เหมือนทุกครั้ง แต่พี่เค้าก็หันมาด้วยสีหน้าปกติแล้วก็หันไปขับรถต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ในขณะที่นั่งรถผ่านวินแก้บน แน่นอนว่าผมถูกมองหน้าประนามว่างี่เง่าทั้งตระกูล... ซึ่งผมเองไม่ใส่ใจหรอกครับ ไม่เป็นไร คนที่รวยขนาดต้องมาทำงานแก้บนทำอะไรก็ไม่ผิดหรอกครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้พี่แท็กซี่เงียบมาก ปกติต้องชวนคุย ผมเลยแกล้งถามเรื่องเส้นทาง ปรากฎว่าคำตอบที่ผมที่ผมได้รับคือว่า พี่แกคงไปส่งไม่ได้หรอก พอดีบ้านแกอยู่แถวนี้ ภรรยากับลูกๆรอทานข้าวอยู่ แต่ไหนๆจะต้องออกจากหมู่บ้านอยู่แล้ว เห็นผมเรียกก็เลยจอดรับ(มิน่าล่ะ เงียบเชียว)&lt;br /&gt;พอถึงหน้าหมู่บ้าน ผมก็ควักเงินให้พี่เค้าสามสิบห้าบาท(ตามมิเตอร์) แต่พี่เค้าไม่รับแถมยังบอกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่ป้ายรถเมล์ทางโน้น ทางผ่านพอดี...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าแล้วพี่เค้าก็ขับไปส่งที่ป้ายนั้นจริงๆ พร้อมกับขอโทษที่ไปส่งผมไม่ได้ แถมยังไม่รับเงินอีก&lt;br /&gt;คือระยะทางจากบ้านไปป้ายรถเมล์อีกฝั่งมันไกลประมาณ 50 บาทตามมิเตอร์ครับ พี่เค้าสามารถเรียกเงินได้ตามกฎหมายเลยครับ แต่แกไม่เอาซักบาท แถมยังทอนให้เป็นรอยยิ้มและคำขอโทษอีกทั้งๆที่เค้าไม่ได้ผิดอะไรเลย อืม นาทีนั้นผมตัวฉ่ำ ฉ่ำเพราะน้ำใจของพี่เค้ามากเหลือเกินครับ สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ วิ่งรถวันนึงจะได้ซักกี่บาท จ่ายค่าเช่า ค่าแก๊ส ค่าน้ำมันก็แทบจะไม่เหลือแล้ว ไหนจะต้องเอาไปเลี้ยงลูกเมีย แบ่งเก็บอีก แล้วยังจะมาแบ่งปันรายได้นั้นให้กับคนไม่รู้จักอย่างผมอีก ผมไม่รู้จะตอบแทนพี่แกยังไงก็เลยยกมือไหว้ขอบคุณ ซึ่งพี่เค้าก็ยิ้มและก็รับไหว้อย่างน่ารัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนั้นผมกับแฟนเดินยิ้มทั้งวันด้วยความสดชื่น สดชื่นเพราะถูกเติมด้วยน้ำใจไมตรีที่ดีงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รถวิ่งได้เพราะถูกเติมด้วยน้ำมันฉันใด คนเราก็ยิ้มและมีความสุขได้เพราะถูกเติมด้วยน้ำใจฉันนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากวันนั้นมา มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกไป ผมรู้สึกว่าในบางครั้งการศึกษาหรือตำแหน่งหน้าที่ที่สูงศักดิ์ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เราดูดีขึ้นเสมอ เราอาจมีคนเคารพนับถือยกมือไหว้ แต่นั่นมันก็เป็นเพียงการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสถานภาพทางสังคมเท่านั้นเอง จะมีซักกี่คนที่แสดงกิริยาเหล่านั้นด้วยความจริงใจและอยากทำจริงๆ ต่างกับการที่เราแค่มีน้ำใจให้เพื่อนมนุษย์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับคนรอบข้างโดยที่ไม่ต้องรอให้เค้าร้องขอ นี่ต่างหากที่ทำให้เรากลายเป็นคนที่น่าเคารพอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...พี่แท๊กซี่ครับ วันนี้ตัวพี่อยู่สูงจริงๆครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ยิ้ม)&lt;br /&gt;......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไปทางไหนดีครับน้อง.... เสียงพี่คนขับทักให้ผมตื่นจากภวังค์&lt;br /&gt;....ไปทางสะพานพระรามแปด แล้วขึ้นทางยกระดับไปลงบางแคครับ ก่อนถึงโรงพยายาบาลธนบุรี 2 ครับพี่..... ตัวผมที่กำลังง่วงนอน ตอบไปด้วยเสียงงัวเงีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...โอเค ได้เลย งั้นน้องนอนตามสบายเลยครับ เดี๋ยวใกล้ๆถึงแล้ว พี่ปลุก ต้องถามเส้นทางให้แน่ก่อน เดี๋ยวจะวิ่งเลย เดี๋ยวน้องต้องเสียตังค์เพิ่ม... พี่แท็กซี่พูดแกล้มเสียงหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ผมยิ้มและพูดออกไปเพียงครั้งเดียว แต่ที่เหลือนั้นมันเป็นความรู้สึกที่ก้องอยู่ในใจครับ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-8992158221050604223?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/8992158221050604223/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=8992158221050604223' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/8992158221050604223'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/8992158221050604223'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/02/blog-post.html' title='...แท็กซี่...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-3975086516540455165</id><published>2008-01-31T00:12:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:30:54.515-06:00</updated><title type='text'>...น้ำที่กินไม่หมด...</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วันนี้ผมมีเรื่องดีๆ มาเล่าให้ฟังครับ... &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ปกติในช่วงเย็นของทุกๆวัน ตัวผมเองจะไปวิ่งจ๊อกกิ้งที่สวนลุมพินีกับแฟน จากนั้นก็กินข้าวเย็นด้วยกันแล้วผมก็จะกลับบ้าน โดยจะไปขึ้นรถไฟฟ้าที่มาบุญครองเพื่อไปต่อรถที่อนุสาวรีย์ กิจวัตรของผมในช่วงเย็นจะเป็นแบบนี้ซ้ำๆทุกวัน มีความสุขตามอัตภาพ สุขที่ได้ออกกำลัง สุขที่ได้กินข้าวเย็น กับคนที่เรารัก และก็สุขกับทุกอย่างที่มันดำเนินไปอย่างปกติ&lt;br /&gt;...แต่วันนี้มันต่างออกไป&lt;br /&gt;เหตุการณ์มันเกิดขึ้นหลังจากที่ผมล่ำลากับแฟนอย่างหวานชื่น&lt;br /&gt;...เดินมาที่สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ....&lt;br /&gt;...แลกเหรียญ&lt;br /&gt;...กดปุ่มเลือกสถานี และ...&lt;br /&gt;...เริ่มหยอดเหรียญ....&lt;br /&gt;แกร๊ก...(เสียงเหรียญแรกถูกกลืนกินโดยเครื่องขายตั๋ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....Excuse me….Kid…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางประโยคที่มีสำเนียงแปร่งหูดังขึ้นพร้อมๆกับจังหวะที่ผมกำลังจะหยอดเหรียญที่สอง&lt;br /&gt;...ผมหยุด...และหันกลับไปดู&lt;br /&gt;สายตาของผมไปกระทบกับคู่สามี ภรรยาชาวต่างชาติคู่หนึ่ง ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแหล่งที่มาของเสียง ประเมินจากภายนอกคาดว่าน่าจะมีอายุราวๆ 50 ปี กำลังยืนยิ้มแก้มปริอย่างใจดีอยู่ข้างหลังผม พร้อมๆกับยื่นแผ่นพลาสติกชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กมาให้&lt;br /&gt;ซึ่งผมมาทราบหลังจากที่รับมันมาแล้ว ว่ามันคือ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ตั๋วรถไฟฟ้า...จำนวนหนึ่งใบ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณลุงกับคุณป้าชาวต่างชาติบอกผมว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไม่ต้องซื้อตั๋วหรอกพ่อหนุ่ม...เอาของลุงไปใช้เถอะ พร้อมกับยิ้มให้&lt;br /&gt;ส่วนคุณป้าก็เสริมว่า...เราถึงที่พักแล้ว เราไม่ได้ใช้มันแล้วล่ะ พร้อมกับส่งรอยยิ้มมาสมทบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเอง ยืนงงอยู่เพราะสำเนียงที่ไม่คุ้นหู(ส่วนประโยคที่แปลมาให้ฟังนี้ คือความคิดของผมหลังจากที่นั่งทบทวนอยู่นานสองนาน)(ฮา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ได้สติแล้ว ผมจึงกล่าวขอบคุณคุณลุงและคุณป้าไปว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Thank you very much..... Thank you very much.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ซึ่งคุณลุงและคุณป้าก็ทำตัวเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนยิ้มนั้นกลับมาหาผม&lt;br /&gt;เพียงแต่มันมากขึ้นเป็นสองเท่า เท่านั้นเอง แล้วท่านทั้งสองก็เดินจากไป ส่วนผมที่ไม่ค่อยมั่นใจในทักษะการแปลของตัวเองก็เดินเอาตั๋วไปให้คุณพนักงานแสนสวยช่วยเช็คให้อีกที ซึ่งเธอแจ้งกับผมด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ตั๋วนี้ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนรอบนะคะ แต่ว่าใช้ได้ถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้นค่ะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอยื่นตั๋วคืนผมพร้อมกับส่งยิ้มให้ ซึ่งผมก็ยิ้มตอบและก็สอดบัตรผ่านเครื่องกั้นเข้าไปข้างในชานชาลา ในตอนนั้นเองผมแอบเห็นรอยยิ้มของคุณพนักงานและก็พี่พนักงานรักษาความปลอดภัย มันเป็นรอยยิ้มที่น่ารัก ที่มักจะเห็นได้บนใบหน้าของผู้คนที่เห็นคนกำลังช่วยเหลือกัน ซึ่งผมก็ยิ้มให้คนทั้งคู่ ไม่นานนัก รถไฟก็มา ชั่วแวบแรกผมคิดว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..วันนี้โชคดีจัง ได้นั่งรถฟรี งั้นเราลองนั่งจากหมอชิต ไปอ่อนนุชซักเจ็ดสิบแปดรอบดีมั้ยนะ คุ้มดี ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดชะบุญที่ชาติที่แล้วผมคงทำดีมาบ้าง ผมจึงได้สติล้มเลิกความคิดแบบนั้น แล้วก็มุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ตามเส้นทางชีวิตปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...สถานีต่อไป อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ...next station victory monument...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แค่ชั่วอึดใจผมก็ถึงจุดหมายปลายทาง ได้กลับบ้านซะที แต่จะทำยังไงกับตั๋วใบนี้ดี ทีแรกว่าจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งนึงเราเคยโชคดีแบบนี้ด้วย แต่คิดไปคิดมาแล้วรู้สึกว่า มันจะดีกว่ามั้ยถ้าผมเอาตั๋วใบนี้ไปทำประโยชน์ให้กับคนอื่นๆอีก น่าจะสมกับความตั้งใจที่คุณลุงกับคุณป้าได้ให้ไว้&lt;br /&gt;ผมจึงไปยืนรอแล้วก็มอบตั๋วใบนี้ให้กับผู้โดยสารท่านอื่นอีกต่อหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ผมได้รับคือรอยยิ้มกว้างและคำขอบคุณ อย่างที่ผมเคยยิ้มและพูดให้เจ้าของบัตรมาก่อน&lt;br /&gt;...นี่สินะความรู้สึกของสองคนนั้นตอนที่ยื่นบัตรให้ผม อืม..มันช่างน่าประทับใจเสียจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ผมนั่งรถกลับบ้าน พร้อมใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;... พลางนั่งคิดเปรียบเทียบไปว่า&lt;br /&gt;...ถ้าเกิดบัตรรถไฟฟ้าในนี้เปรียบเสมือนน้ำเปล่าหนึ่งขวดที่คุณลุงกับคุณป้าซื้อมาแก้กระหาย และทั้งสองคนก็อิ่มแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเก็บไว้ จะทิ้งซะก็ได้ ถือไปก็หนัก พอดีในตอนนั้นมีหมูอ้วนหิวโซอย่างผมเดินผ่านมาพอดี แทนที่จะทิ้งท่านคงคิดว่าให้ไอ้หมูตัวนี้กินแทนดีกว่า มันจะได้ไม่ต้องไปซื้อกิน(หมูที่ไหนซื้อของได้ด้วย?) ถึงแม้มันจะเหลือไม่เยอะแล้ว แต่หมูตัวเล็กๆก็น่าจะกินอิ่ม&lt;br /&gt;หมูอย่างผมจึงได้อานิสงส์กินอิ่ม สบายใจ ไม่เสียตังค์(หมูมีตังค์ซะด้วย) แถมยังเหลือไปถึงเพื่อนกระรอกตัวน้อยที่เดินผ่านมาอีกด้วย ถึงจะเหลือไม่เยอะ แต่กระรอกตัวเล็กๆก็น่าจะกินอิ่ม และอาจจะเหลือเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนตัวน้อยอื่นๆที่อยู่ระหว่างทางอีกก็ได้ ประโยชน์อันมากมายที่เกิดจากน้ำเพียงแค่ขวดเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณลุงกับคุณป้าเลือกที่จะทิ้ง แทนที่จะเอามาให้หมูหิวอย่างผม(หมูก็เสียตังค์อ่ะดิ)(ฮา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหมูอย่างผมกินอิ่ม แล้วเอาน้ำที่เหลือมาสาดเล่นแทนโคลน&lt;br /&gt;(นั่งรถเที่ยวหมอชิต-อ่อนนุชเจ็ดสิบแปดรอบ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...กระรอกน้อยตัวนั้นก็คงหิวโซต่อไป&lt;br /&gt;...ก็แค่นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;......แต่ถ้าเกิดว่าวันนี้คือวันสุดท้ายที่มันจะมีชีวิตโดยปราศจากน้ำล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น เพียงแค่เรารู้จักที่จะแบ่งปันสิ่งที่เรายังเหลืออยู่ ภายหลังจากการเติมสิ่งนั้นให้ตัวเองจนเต็มแล้ว ให้กับผู้อื่นบ้าง แทนที่มันจะกลายเป็นขยะที่ไร้ค่าไร้ความหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;... ใครจะรู้ว่าสิ่งเล็กน้อยที่”ไร้ค่า”สำหรับเรา อาจจะเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่แสน”ล้ำค่า”สำหรับคนอื่นก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากเศษน้ำที่เหลือใช้...กลายเป็นน้ำวิเศษที่ช่วยต่อชีวิตให้ผู้อื่นได้อย่างไม่รู้จบสิ้น...เพียงแค่ใช้มันอย่างรู้ค่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือนี่คือสิ่งที่เรียกว่า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....”น้ำใจ”....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-3975086516540455165?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/3975086516540455165/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=3975086516540455165' title='3 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/3975086516540455165'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/3975086516540455165'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_31.html' title='...น้ำที่กินไม่หมด...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-7330687591555838261</id><published>2008-01-10T10:20:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:31:29.313-06:00</updated><title type='text'>...ทำไม...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ทำไมว๊า...&lt;br /&gt;ขอเวลาแป๊บนึงครับ&lt;br /&gt;รบกวนท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งพูดหรือถามอะไรตอนนี้&lt;br /&gt;...เพราะอะไรน่ะเหรอครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ก็เพราะว่าผมกำลังดื่มด่ำน่ะสิ&lt;br /&gt;โอ๊ววว...&lt;br /&gt;ดูหนั่นเนื้อแน่นชิ้นนั้นสิ หุ้มด้วยแป้งสีเหลืองทองกรอบกรุบ เหมือนจะซ่อนความนุ่มชุ่มลิ้นภายใน ไม่ให้ทะลักออกมา...เจ้าผักสดสีเขียวเข้มกับมะเขือเทศสุกแดงปลั่งชิ้นนั้นอีก...มันคงจะปล่อยรสเปรี้ยวหวานออกมา ช่วยละลายความร้อนของเนื้อขาวกรุ่นให้อุ่นพอดีลิ้น แถมยังมีซอสรสเยี่ยมที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้สดชื่นในทุกคำที่กลืนกิน....&lt;br /&gt;โอ๊ววว...ช่างแสนสุขอะไรเช่นนี้&lt;br /&gt;...ว่าแล้วก็ไปเข้าแถวซื้อดีกว่า&lt;br /&gt;เอ๊ะ!!!&lt;br /&gt;(เสียงอวัยวะบางอย่างของตา ดันไปสะดุดกับอะไรบางอยางที่ไม่เรียบ)&lt;br /&gt;“ภาพนี้ทำขึ้นเพื่อใช้ในการโฆษณาเท่านั้น”&lt;br /&gt;เอ๊ะ!!!&lt;br /&gt;(แต่คราวนี้เป็น..เอ๊ะ!!!..ที่ไม่มีเสียง)&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;(เสียงไฟค่อยๆหม่นลง สวนทางกับเงินในกระเป๋าของบางคนที่กำลังตุงขึ้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;“...ทำงี๊แม่งต่อยกันดีกว่าว่ะ” ผมบ่นกับเพื่อน ที่กำลังงงว่าผมหัวเสียเรื่องอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“...อะไรกันนักหนาวะ” เพื่อนผมส่งเสียงย้อนกลับมากระทบหู&lt;br /&gt;“...ก็ไอ้ประโยคเฮงซวยนี่ดิ” ผมพูด พลางชี้มือไปที่ประโยคดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยคนั้นคือประโยคที่ประกอบขึ้นด้วยพยัญชนะและสระในภาษาไทยที่มีขนาดเท่าไข่ของแบคทีเรียชนิดที่อาศัยอยู่บนขนตาของม้าน้ำพันธ์แคระ&lt;br /&gt;ประโยคที่แอบแฝงอยู่ในเงามืดของภาพอาหารที่น่ากินไปทุกส่วนสัด ...&lt;br /&gt;...อาหารที่น่ากินจนน้ำลายทนไม่ไหว ต้องออกมาไหลเล่นบนปลายลิ้น&lt;br /&gt;ประโยคที่เหมือนเป็นจุดหักมุมของเรื่องราวหวานซึ๊ง ที่พระเอกกำลังตระกองกอดนางเอกจากข้างหลังบนหัวเรือ ทุกอย่างช่างแสนจะโรแมนติก... ก่อนที่พระเอกจะถีบนางเอกตกเรือ!!!&lt;br /&gt;แล้วตะโกนด่าว่า....&lt;br /&gt;“...อีบ้า!!!กูชอบผู้ชายโว๊ยยยย.....ชะนี!!!!”&lt;br /&gt;หลายคนอาจจะชอบ&lt;br /&gt;แต่ผมคนนึงล่ะ...ที่ไม่...&lt;br /&gt;“...มึงก็คิดมาก แดกๆไปเถอะ...” เพื่อนผมให้ความเห็น&lt;br /&gt;“...ก็กูไม่เข้าใจว่ามันจะพิมพ์มาทำไม” ผมแสดงจุดยืน&lt;br /&gt;“...เค้าเรียกว่าเทคนิคการโฆษณาโว๊ยยยย”.....”โง่จริง” เพื่อนผมให้ข้อมูลเพิ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(อืมมม...ผมอาจจะโง่จริงๆ ที่ดันคิดว่าตัวเองถูกหลอก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“...ถ้าแม่งจริงใจ ทำไมต้องเขียนวะ”&lt;br /&gt;“...งี๊ก็แสดงว่า...ซื้อจริงแม่งต้องไม่ได้อย่างในรูปดิ” “แล้วก็ยั่วซะอยากเลย”&lt;br /&gt;“....พอเอาเข้าจริง ก็แค่คนหน้าเหมือน” ผมคิดแบบนั้น&lt;br /&gt;ผั่วะ!!!!!&lt;br /&gt;(เสียงอวัยวะบางอย่างกระทบกัน)&lt;br /&gt;“...แดกๆ เดี๋ยวเย็นซะก่อน”&lt;br /&gt;(อืมม บางครั้งการตบหัวก็แสดงได้ถึงความห่วงใย)&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;(แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“...เออๆ...กูรู้แล้ว แต่มึงดูดิ หน้าตามันยังกะสภาโจ๊กเลย...ฮึ อาจดูคล้ายแต่ยังไงมันก็ไม่ใช่ เชอะ!!!”&lt;br /&gt;“เออๆ...กินแล้วๆ ไม่ต้องย้ำ”&lt;br /&gt;ผมเอาอาหารเข้าปาก&lt;br /&gt;“...เฮ้ย อร่อยนี่หว่า...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“...ก็กูบอกแล้ว ว่ามึงคิดมากไป” เพื่อนสนับสนุนความคิดเดิม&lt;br /&gt;“...ฮึ ก็แน่ล่ะ มันแสดงรสชาติให้เห็นด้วยตาไม่ได้นี่หว่า จะรู้ได้ไงว่ารสชาติจะเหมือนในรูป โธ่เอ๊ยยยย”&lt;br /&gt;ผั่วะ!!!!!&lt;br /&gt;(เสียงอวัยวะบางอย่างกระทบกันอีกครั้ง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้สึกว่าการคิดมากนั้น นอกจากจะเครียดแล้ว บางทีก็เจ็บตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในบรรดาประสาทสัมผัสทั้งห้าของคนเรา “ตา” และ “การมองเห็น” ถือเป็นส่วนที่ล่อแหลมต่อการถูกหลอกมากที่สุด ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า เมื่อตาเห็น ก็จะส่งข้อมูลต่อไปเป็นความรู้สึก เป็นความคิด เป็นจินตนาการ ไปยังจิตใจให้คาดหวัง เช่น....&lt;br /&gt;...สาวสวยคนนั้น หน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ภูมิฐาน พูดจาก็แสนจะไพเราะ ซอกตูดของเธอคงหอมน่าดู&lt;br /&gt;ถึงแม้ว่าเอาเข้าจริงอาจเหม็นจนอ๊วกแตกก็ได้&lt;br /&gt;...แต่คุณก็คิดไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้มันจึงดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ ซึ่งมันแตกต่างจากระบบประสาทอื่นๆที่มักจะประมวลผลที่ตรงกับความจริงเสมอ เช่น...&lt;br /&gt;รสเค็มก็คือรสเค็ม ไม่ว่ามันจะเป็นน้ำอะไร ถ้ามันเค็มก็คือ มันเค็ม&lt;br /&gt;หรือ เสียงที่เพราะเสนาะหู ไม่ว่าจะเล่นจากอุปกรณ์อะไรมันก็เพราะ&lt;br /&gt;หรือ สัมผัสอันแสนนุ่มนวลก็ยังคงนุ่มนวลไม่ว่ามันจะเป็นสัมผัสของใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่”ตา””เห็น”อาจจะไม่เป็นอย่างที่เห็นก็ได้&lt;br /&gt;ดังนั้น”ตา”จึงบอบบางที่สุดในบรรดาเพื่อนๆ ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบจากความอ่อนต่อโลกของดวงตาก็ไม่ใช่ใคร ก็คือ มนุษย์ปุถุชนอย่างเราๆนี่แหละ ที่มักถูกมนุษย์ที่ฉลาดและเลวกว่า เอาจุดด้อยข้อนี้มาโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ยกตัวอย่างกรณีนี้เป็นต้น ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำภาพให้มันหน้ากินเข้าไว้&lt;br /&gt;ทั้งนี้ก็เพราะ ภาพที่น่ากินจะทำให้อยากกิน...&lt;br /&gt;...พออยากกินแล้วก็จะซื้อ&lt;br /&gt;... พอซื้อแล้ว บางคนก็ได้เงินเข้ากระเป๋าสบายใจเฉิบ&lt;br /&gt;...สะใจกันไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาที่คนเราหิว หรืออยากได้อะไรมากๆ มักจะลืมเปรียบเทียบสิ่งที่ได้รับกับสิ่งที่ควรจะได้รับเสมอ&lt;br /&gt;(ผมคิดเองแหละ ไม่ต้องไปค้นว่าใครคิด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรืออีกตัวอย่างนึง ที่พ่อค้าแม่ค้าชอบเขียนราคาให้ดูถูกลง เช่น ชอบเขียนคำว่า”ครึ่งกิโล”ตัวเล็กๆไว้มุมข้างล่าง แต่เขียนราคาให้ตัวใหญ่กว่าซักร้อยเท่า แล้วก็ใช้ล่อให้คนโง่เข้ามาติดกับ....(ซึ่งบ่อยครั้งที่เป็นผม...พอดีว่าผมโง่)&lt;br /&gt;กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว...&lt;br /&gt;...ซื้อไปก็แล้วกัน กลัวเสียหน้า...&lt;br /&gt;อุตส่าห์เดินมาถึงนี่แล้ว...ไม่ได้กินทุกวันน่า....&lt;br /&gt;และก็อีกหลายๆเหตุผล ที่เรามักจะสรรหามาแก้ต่างให้กับความโง่ของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และด้วยช่วงโหว่ตรงนี้แหละที่ทำให้กลุ่มคนที่ใช่อุบายเหล่านี้ มีกินมีใช้อย่างไม่ขาดมือ&lt;br /&gt;...ก็แค่นั่งรอเหยื่อมาติดกับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันที่จริงจะว่าไปแล้ว&lt;br /&gt;หน้าตาของอาหารที่ได้มาก็ไม่ได้เลวร้าย&lt;br /&gt;แล้วมีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเสริมเติมแต่งให้เกินจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคนที่นึกไม่ออก&lt;br /&gt;ลองนึกถึงเวลาไปซื้อแผ่นโป๊ ที่หน้าปกสวยชวนฝันจนกระสันซ่าน&lt;br /&gt;แต่พอได้เปิดดูจริงๆ ดันกลายเป็นคุณป้าของน้าเขยไปซะได้&lt;br /&gt;....แค่คิดก็สยองแล้ว...&lt;br /&gt;...ซวยฉิบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะดีกว่านี้มั้ย..&lt;br /&gt;ถ้าเราจะคิดถึง”คนอื่น”ก่อน”ตัวเอง”ซะบ้าง&lt;br /&gt;จะดีกว่านี้มั้ย...&lt;br /&gt;ถ้ารูปที่โฆษณาดูสุดแสนจะธรรมดา&lt;br /&gt;...แต่ของที่ได้รับกลับ...โอ้โห...สุดยอดไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะในท้ายที่สุด...&lt;br /&gt;คนที่”ได้”ก็คงไม่ใช่ใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พวกเราทุกคนนี่แหละ”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-7330687591555838261?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/7330687591555838261/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=7330687591555838261' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/7330687591555838261'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/7330687591555838261'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_8796.html' title='...ทำไม...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-869142888386454702</id><published>2008-01-10T10:03:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:32:33.476-06:00</updated><title type='text'>...ถ้าคุณขอพรวิเศษได้หนึ่งข้อ...คุณจะขออะไร?</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;...ถ้าคุณขอพรวิเศษได้หนึ่งข้อ...คุณจะขออะไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองมาคิดกันดูเล่นๆนะครับว่า...&lt;br /&gt;...ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้มันสามารถเกิดขึ้นได้จริง...คนเราจะใช้มันแบบไหนบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดำรงชีวิตในโลกนี้ล้วนมีอุปสรรคต่างๆมากมาย ให้เราต้องคอยคิด คอยแก้ไขกันอยู่ตลอดเวลา..&lt;br /&gt;...และแน่นอนว่า ในทุกทุกเรื่องนั้นมักจะบีบบังคับให้เราต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางใด เส้นทางหนึ่งเสมอ...ย้ำ...ว่าต้องเลือกหนึ่งทางเสมอ&lt;br /&gt;เป็นเรื่องธรรมดาที่ว่า..ในช่วงที่เราต้องตัดสินใจนั้น เรายังไม่พร้อมที่จะ"ตัดใจ"กับบางอย่าง........แต่เวลามันไม่เคยให้โอกาสเราขนาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงมีบ่อยครั้งที่...เราต้องตัดสินใจ ทั้งๆที่ยังไม่พร้อม ...แต่มันต้องทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..และแน่นอนว่ามันนำมาซึ่งความเศร้าเสียใจ...อย่างเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนุษย์อย่างเราๆจึงหันเข้าหาที่พึ่งทางใจ ที่พอจะช่วยคลายความโศกเศร้านั้นได้...ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีวันเป็นจริงก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ใจคนนั้นช่างบอบบางนัก ในบางครั้งการที่ต้องยอมรับกับอะไรซักอย่างที่มันเจ็บปวด จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แต่มันก็ต้องทำ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในโลกแห่งความฝันได้ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาของผม&lt;br /&gt;ดีบ้าง...ร้ายบ้าง...&lt;br /&gt;...บ้างก็ตัดสินใจถูก...บ้างก็ตัดสินใจผิด...&lt;br /&gt;แต่ผมไม่เคยกลับไปเสียใจกับมัน...ว่าตอนนั้นไม่น่าทำแบบนั้นเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะมันคือความทุกข์ที่ไม่มีวันที่จะแก้ไขได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราไม่มีทางรู้ได้ว่าทำแบบไหนแล้วจะดีที่สุด...ไม่งั้นทั้งโลกนี้คงจะมีแต่คนที่ประสบความสำเร็จ&lt;br /&gt;...ผมจึงเลือกที่จะทำวันนี้ให้ดีให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ซะมากกว่า ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;br /&gt;...เวลามันไม่มีวันเดินกลับหลัง...ตราบใดที่ผมยังอยู่บนโลกใบนี้&lt;br /&gt;เพื่อที่ว่า..ถ้าวันนึง ไม่ว่าผลของการตัดสินใจในครั้งนี้ของผมมันจะดีหรือร้ายยังไง...&lt;br /&gt;ผมก็จะไม่มีวันเสียใจกับมัน...&lt;br /&gt;...นั่นก็เพราะ"ผมทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะนั้นแล้ว"&lt;br /&gt;และทุกๆสิ่งทุกอย่าง...ที่เกิดขึ้นหลังจากวันนั้นมาก็คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ผมจะไม่มีวันเสียมันไปเพียงเพราะผมอยากจะแก้ไขอดีต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้..ในโลกของผม จึงไม่มีพรวิเศษ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...พรวิเศษที่จะมาทำลายทุกสิ่งหลังจากวันนั้น ให้กลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ความหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ผมไม่เอา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แต่ถ้ามันมีจริง...สิ่งเดียวที่ผมจะขอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ผมจะขอให้ทุกอย่างที่ดีในวันนี้ ยังคงเป็นแบบนี้ตลอดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะสิ่งที่สำคัญสำหรับผมที่สุดในตอนนี้ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่อยู่กับผม...คนที่กินข้าวด้วยกัน...คนที่เที่ยวด้วยกัน...คนที่ร้องไห้ด้วยกัน...คนที่ผมเพิ่งจะแยกจากเค้ามาแค่ไม่กี่นาที...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเค้าคือ...สิ่งที่มีอยู่จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเป็นคนที่สำคัญที่สุดในวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล. ถ้าขอพรได้อีกข้อ ผมอยากวอนขอให้พรวิเศษไม่มีจริง เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ผมต้องเสียเค้าไป&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-869142888386454702?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/869142888386454702/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=869142888386454702' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/869142888386454702'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/869142888386454702'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_9487.html' title='...ถ้าคุณขอพรวิเศษได้หนึ่งข้อ...คุณจะขออะไร?'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-3792880400774605675</id><published>2008-01-10T10:01:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:32:58.817-06:00</updated><title type='text'>"ทุกสิ่งบนโลกนี้....ล้วนแล้วแต่มีเหตุและผล"</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;"ทุกสิ่งบนโลกนี้....ล้วนแล้วแต่มีเหตุและผล"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เมื่อสิ่งหนึ่งเกิด.....&lt;br /&gt;.....อีกสิ่งหนึ่งก็เกิด.....&lt;br /&gt;.......อีกสิ่งหนึ่งๆๆๆๆๆๆๆ ก็เกิด.....&lt;br /&gt;......ส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ..........อย่างไม่มีวันจบสิ้น.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ...อาจเรียกได้ว่า.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....นี่คือสิ่งที่เรียกว่า"กรรม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเมื่อเราทำอะไร.......ก็จะส่งผล.......กับคนอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อคนอื่นทำอะไร.....ก็จะส่งผล.......กับคนอื่นอีกไม่รู้จบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแน่นอนว่า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....มันจะส่งผลกลับมาหา"ตัวเรา"ในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ก่อนที่เราจะทำอะไร...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้โปรดกรุณาคิดก่อนว่า.....อะไรจะเกิดกับคนอื่น...และอะไรจะเกิดกับเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ารับได้ก็ทำไป......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้ารับไม่ได้......ก็อย่าทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับบางคนแล้ว....อาจไม่เคยรู้สึกว่า...ตัวเองได้ทำอะไรลงไป....ให้คนอื่นเดือดร้อนบ้าง เสียใจบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดแค่เพียงผลที่ย้อนกลับมา(ผลจากสิ่งที่ตัวเองทำ)....และคิดโทษคนอื่นว่าเค้าผิด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...อืมมม ผมอยากวอนขอนะครับ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...อย่าสร้าง"กรรม"อีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.สำหรับคนอื่นๆที่ได้รับผลกระทบนะคะ วิธีแก้มีวิธีเดียว ...........คือแก้ที่ต้นสาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้ดูจะเป็นทางเลือกที่ไร้ค่า....แต่ต้องทำใจนะครับ...ว่ามันมีทางเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะงั้น....กัดฟัน แล้วลุยเล๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงเวลาปลดแอกซะที!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-3792880400774605675?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/3792880400774605675/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=3792880400774605675' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/3792880400774605675'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/3792880400774605675'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_6348.html' title='&quot;ทุกสิ่งบนโลกนี้....ล้วนแล้วแต่มีเหตุและผล&quot;'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-1662631808854770009</id><published>2008-01-10T09:59:00.002-07:00</published><updated>2008-06-15T12:33:16.445-06:00</updated><title type='text'>"วันชื่น   คืนสุข"</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;"วันชื่น คืนสุข"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนนกที่ถูกปล่อยออกจากกรง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนน้องหมาที่ได้วิ่งอย่างร่าเริงในสนามกว้าง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนแมงกระชอนที่คุ้ยดินไปเรื่อยจนในที่สุดก็เจอแสงสว่าง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนคนหลงทางที่ในที่สุดก็เจอทางออก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนคนที่รู้แล้วว่างานที่ทำคืองานที่ชอบ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนคนที่เจอแดดร้อนมาทั้งวัน ได้อาบน้ำให้ชื่นใจซะที...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนคนที่เดินในทะเลทรายแล้วเจอโอเอซิส...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนแมวที่หิวโซเจอวิสกี้(อาหารแมว)ชามใหญ่...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เหมือนคนที่ปวดขี้มากๆๆจนขนลุกซ้ำแล้วซ้ำเล่า....แต่ในที่สุดก็ได้เจอห้องน้ำที่แสนสะอาด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...กลิ่นหอม...และน่านั่งเป็นที่สุด...ในบรรยากาศสบายๆ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แล้วปลดปล่อยมันเสียที....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ความรู้สึกดีดี ที่มักเกิดขึ้นเสมอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เฮ้อออออออออ....."โล่งจัง"............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หัวใจอุ่น อิ่มไปจนถึงลำไส้เล็ก อื้มมมมม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ยิ้ม) :)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล....................นะคะ&lt;br /&gt;.......................นะคะ&lt;br /&gt;.......................นะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...บางทีบางถ้อยคำที่เอ่ยซ้ำจนเป็นนิสัย...ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิมพ์ให้ใครเห็น...&lt;br /&gt;...เพราะเรารู้ว่า...ข้อความนั้น มันจะแจ่มชัดในใจของผู้ฟังคนนั้นเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.......................นะคะ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-1662631808854770009?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/1662631808854770009/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=1662631808854770009' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1662631808854770009'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1662631808854770009'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_1654.html' title='&quot;วันชื่น   คืนสุข&quot;'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-1310810584899078377</id><published>2008-01-10T09:58:00.002-07:00</published><updated>2008-06-15T12:33:34.517-06:00</updated><title type='text'>...คู่แท้...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;....ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนมีคู่กันทั้งนั้น....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ไม่เว้นแม้แต่เราๆท่านๆ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เคยแปลกใจกันบ้างมั้ย....ว่า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..บนโลกนี้แบ่งทุกอย่างออกเป็นหลายฝ่ายด้วยกฏเกณฑ์ของความสวยงาม....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....สิ่งที่สวยงามกว่า มักจะถูกยกขึ้นไว้เป็นอันดับต้นๆของการได้รับโอกาสที่ดีกว่าและคู่ที่ดีกว่าเสมอ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ส่วนสิ่งที่อ่อนด้อยกว่า ก็ต้องรอต่อไป.....ไร้คู่.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ฟังดูน่าเศร้า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แต่โลกเราไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....อาจจะช้า....แต่ใช่ว่าไม่มี.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ผมเชื่อว่าทุกคน มีคู่ที่เหมาะสมกับคุณอยู่ในที่ใดที่หนึ่งเสมอ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....อยู่ที่คุณต้องมองให้เห็นให้ได้....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เพราะในบางครั้ง โอกาสก็มาเพียงแว่วๆๆ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แค่การปล่อยใจเพียงเสี้ยวนาที โอกาสเดียวของคุณอาจหลุดลอยไป อย่างไม่มีวันหวนกลับ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เพราะงั้น....ลองมาตั้งใจดูซักครั้งนะครับ.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ปล่อยใจ....ให้เปิดรับสัมผัสแห่งรักแท้....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ที่คู่ของคุณสื่อสารมากับสายลม....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ถ้าเจอเมื่อไหร่ จับไว้ให้แน่น....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แล้วมีความสุขไปกับชีวิตของคุณที่กำลังถูกเติมเต็มนะครับ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ้า....ยิ้มกันได้แล้ววววว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....(ยิ้ม)....&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-1310810584899078377?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/1310810584899078377/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=1310810584899078377' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1310810584899078377'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1310810584899078377'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_3228.html' title='...คู่แท้...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-385658113116479713</id><published>2008-01-10T09:57:00.002-07:00</published><updated>2008-06-15T12:33:54.924-06:00</updated><title type='text'>วิ่ง...ยิ้ม...รัก...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;"การวิ่ง" ทำให้สุขภาพแข็งแรง............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;............งั้นเรามา"วิ่ง"กันทุกวัน เนอะ เนอะ....(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"การยิ้ม" ทำให้อารมณ์แข็งแรง...........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;............งั้นเรามา"ยิ้ม"กันทุกวัน เนอะ เนอะ....(ยิ้มกว้าง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"การรัก" ทำให้หัวใจแข็งแรง..............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;............งั้นเรามา"รัก"กันทุกวัน เนอะ เนอะ....(ยิ้มจนตาหยี..เหอๆๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แค่ทำสามอย่างนี้ได้ทุกวัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วคร้าบบบบบบ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...(ยิ้ม)...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.เหอๆๆ.................(ยิ้ม)&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-385658113116479713?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/385658113116479713/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=385658113116479713' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/385658113116479713'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/385658113116479713'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_6102.html' title='วิ่ง...ยิ้ม...รัก...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-2124942100188103085</id><published>2008-01-10T09:51:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:34:14.953-06:00</updated><title type='text'>ว่าด้วยเรื่องของ..."การกระทำ และ ความรู้สึก"</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;....เพื่อนๆเคยสงสัยกันมั้ยครับว่า....&lt;br /&gt;"การกระทำ"กับ"ความรู้สึก"&lt;br /&gt;....อันไหนเกิดก่อนกัน....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองคิดกันดูเล่นๆนะครับ...&lt;br /&gt;ว่าเราอารมณ์ดีเพราะเรายิ้ม...&lt;br /&gt;...หรือว่าเพราะเรายิ้ม...เราก็เลยอารมณ์ดี...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เราเศร้าเพราะเราร้องไห้...&lt;br /&gt;...หรือว่าเพราะเราร้องไห้...เราก็เลยเศร้า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืมมม....ท่าจะว่ากันตามทฤษฎีแล้ว&lt;br /&gt;ความรู้สึกน่าจะเกิดก่อนนะครับ...เนื่องจากว่า...&lt;br /&gt;เวลาที่คนเราถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้า...ร่างกายจะส่งสัญญาณไปที่สมอง&lt;br /&gt;แล้วสมองก็จะวิเคราะห์เป็นความรู้สึกส่งออกมา ซึ่งจะมีผลให้ร่างกายแสดงอาการตอบสนองกับความรู้สึกนั้นๆ&lt;br /&gt;แตกต่างกันไปตามแต่สิ่งที่เข้ามากระทบ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งเร้า------&gt;สมอง-------&gt;ความรู้สึก-------&gt;การแสดงออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นว่า...ความรู้สึกจะเกิดก่อนการแสดงออก...&lt;br /&gt;แต่ในบางครั้ง...&lt;br /&gt;...ด้วยความที่กระบวนการเหล่านี้มันเกิดขึ้นซ้ำๆ จนสมองเกิดการจดจำลำดับที่แน่นอนได้แล้ว...&lt;br /&gt;...เราจึงสามารถทำในสิ่งที่กลับกันได้&lt;br /&gt;...นั่นหมายถึงว่า...&lt;br /&gt;...เราสามารถสร้างอารมณ์ดีได้ถ้าเรายิ้ม...&lt;br /&gt;...หรือแม้แต่...เราสามารถเศร้าได้...เพียงแค่เราร้องไห้...&lt;br /&gt;...แนวความคิดนี้ ได้มีนักจิตวิทยาหลายท่านยืนยันว่าได้ผล...&lt;br /&gt;...ผมเองก็ลองมากับตัวเองแล้ว...ก็รู้สึกว่ามันได้ผลเหมือนกันครับ...&lt;br /&gt;...ใหม่ๆอาจจะดูขัดๆหน่อย...เหมือนคนบ้า...ที่ร้องไห้อยู่ดีๆก็หัวเราะขึ้นมาซะงั้น&lt;br /&gt;...แต่ในที่สุดเราก็จะอารมณ์ดีครับ...ผมรับรอง.....ลองกันดูนะครับ(สนุกดี)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แค่นี้แหละครับ....&lt;br /&gt;...ไปแร้ววววววววว&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-2124942100188103085?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/2124942100188103085/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=2124942100188103085' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/2124942100188103085'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/2124942100188103085'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_5493.html' title='ว่าด้วยเรื่องของ...&quot;การกระทำ และ ความรู้สึก&quot;'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-3293708050167845225</id><published>2008-01-10T09:49:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:34:39.468-06:00</updated><title type='text'>...ช่วงเวลาในอุดมคติ...</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;....เคยได้ยินประโยคที่ว่า....&lt;br /&gt;...."ช่วงเวลาในอุดมคติ"....&lt;br /&gt;....กันมั้ยครับ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่า..หลายคนน่าจะเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก&lt;br /&gt;ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกครับที่จะเป็นอย่างนั้น&lt;br /&gt;เพราะว่าผมเพิ่งคิดมันขึ้นมาเมื่อครู่นี้เอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสองวันที่ผ่านมา...&lt;br /&gt;ผมได้มีโอกาสไปพักผ่อนสมองครั้งแรก ในรอบหลายๆปี&lt;br /&gt;เป็นการพักผ่อนที่ไม่มีงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...หัวโล่ง...ใจโล่ง...ตัวเบา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนกับว่าความเครียดมันหนีไปพักร้อน หลังจากที่ทำงานหนักมาทั้งปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเที่ยวแบบของผม ไม่มีอะไรยุ่งยาก ไม่มีแผนการเดินทาง ไม่มีตารางเวลาในการไปที่ต่างๆ&lt;br /&gt;ผมแค่ไปอยู่นิ่งๆ....นิ่งๆ.....และก็นิ่งๆ&lt;br /&gt;...อยากไปไหนก็ไป...อยากทำอะไรก็ทำ...ถ้าเกิดขี้เกียจขึ้นมา ก็ไม่ไปเอาดื้อๆ...ใช้ชีวิตอย่างที่อยากจะใช้...&lt;br /&gt;...อาจฟังดูไร้สาระ และน่าเบื่อหน่ายสำหรับบางคน&lt;br /&gt;...แต่สำหรับผมแล้ว...มันมีรสชาติของ"อิสระ"อยู่อย่างเต็มเปี่ยม&lt;br /&gt;...แม้ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆ...&lt;br /&gt;...แต่เวลาที่เราร้อนจากไอแดดที่แผดเผา...ขอเพียงแค่ได้เข้าไปอยู่ในร้านขายของที่ติดแอร์ซักพัก&lt;br /&gt;...ชีวิตก็สดชื่นขึ้นเป็นกองไม่ใช่หรือ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..การไปพักผ่อนครั้งนี้...ให้อะไรที่ดีๆหลายอย่าง...&lt;br /&gt;...ได้พูดในเรื่องที่ไม่เคยพูดกับใครมาก่อน(โล่งเลย...ตัวกลวงโบ๋)&lt;br /&gt;...ได้รู้ในเรื่องที่ไม่เคยรู้เยอะมาก(ทำให้หลายเรื่องที่เคยแคลงใจชัดเจนขึ้น)&lt;br /&gt;...ได้ตลกกับบางเหตุการณ์ที่ตื่นเต้น...ยังกะในหนังเลย(เหอๆๆๆๆ)(แหม่แหม...คุณพี่ใส่แว่นล่ะก็..ทำไปได้)&lt;br /&gt;...ได้เสียใจและเป็นทุกข์ทรมานกับหลายเรื่อง(บวมและใสกันเลยทีเดียว)(ไม่ต้องหัวเราะ)&lt;br /&gt;...และก็ได้ดีใจและมีความสุขมากๆกับหลายๆเรื่องเช่นกัน...&lt;br /&gt;...ซึ่งดูเหมือนน้ำหนักมันจะเทลาดมาทางข้อสุดท้ายซะมาก...ถึงมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...บางครั้ง...&lt;br /&gt;...การที่เราได้รู้อะไรเยอะขึ้น...แม้มันอาจต้องแลกมากับ...(อืมมมม)...คางวัวในความฝัน...&lt;br /&gt;...แต่มันก็ช่วยเติมให้...ภาพในความคิดชัดเจนขึ้น...&lt;br /&gt;...ซึ่งพอมันชัดเจนแล้ว..อะไรก็ง่ายขึ้น...เห็นขอบเขตว่าทำได้แค่ไหน....&lt;br /&gt;...ไม่ต้องไปต่อเติมเองในจินตนาการ..ที่อาจจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเยอะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ถือเป็นการพักที่ดีที่สุดตั้งแต่ก้าวย่างเข้าสู่ทางสายใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีๆ สะท้อนและฝังลึกไว้ในกระดาษผิวมันที่จับต้องได้&lt;br /&gt;บางส่วนฝังอยู่ในเศษเหล็กและกระแสไฟฟ้าในกล่องสี่เหลี่ยม&lt;br /&gt;ไว้เพื่อเป็นบทย่อให้ระลึกถึง ยามที่กำลังใจเกิดภาวะวิกฤต&lt;br /&gt;ถึงกระนั้นเรื่องราวทั้งหมดนั้นก็ยังได้ถูกบันทึกไว้ในจุดที่ไม่มีวันลบออกไปจากชีวิตของคนคนนึงได้อีกด้วย&lt;br /&gt;เพื่อจะได้แน่ใจว่า..สิ่งดีๆเหล่านั้นมันจะคงอยู่ตลอดกาลและไม่มีวันหายไปไหน....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..."ช่วงเวลาในอุดมคติ"...&lt;br /&gt;....คือ..ช่วงเวลาที่....&lt;br /&gt;...คนเรา...มีอะไรก็พูดกันตรงๆ...บอกกันตรงๆ...แสดงออกอย่างไร้มารยา...ไม่มีหน้ากาก...ไม่มีเสแสร้ง...ไม่ทำเพื่อคาดหวังผล...&lt;br /&gt;แต่ทำเพราะอยากทำ...พูดเพราะอยากพูด...แสดงออกเพราะอยากแสดงออก....ด้วยความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจ&lt;br /&gt;...โดยอยู่บนพื้นฐานของการไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน...ว่า...&lt;br /&gt;...เราไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายกัน...เราเพียงแสดงออกในสิ่งที่เราเป็นและรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา...&lt;br /&gt;...ดีหรือไม่ดี ก็สะสางและปรับความเข้าใจกันเดี๋ยวนั้น ไม่ต้องเก็บมันไปให้กลายเป็นหนามแหลมคอยทิ่มแทงใจ...&lt;br /&gt;..มันน่าจะทำให้คนเรา ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ยอมรับความจริงได้อย่างแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่ไปจมอยู่กับความหวัง ที่ไร้สิ้นแม้แต่เงา ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเอง&lt;br /&gt;(ทั้งที่จริงมันเป็นเพียงแค่การยืดเวลาให้ความเจ็บปวดมันสะสมเยอะขึ้นจนในตอนท้าย..มันก็จะวนกลับมาทำร้ายเราเองอย่างหนักหน่วงจนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป)&lt;br /&gt;และเมื่อเรายอมรับความจริงได้ง่ายขึ้นแล้ว...ไม่หลบตัวเองเข้าไปหาความฝันที่ไร้ค่าแล้ว...&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่า...ในทุกๆวันมันจะดีขึ้น....คุณค่าในตัวเราจะมากขึ้น...เราจะรักตัวเองมากขึ้น...&lt;br /&gt;และเมื่อสามารถเป็นได้อย่างนี้แล้ว....&lt;br /&gt;...ก็จะไม่มีใครทำอะไรเราได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..."ช่วงเวลาในอุดมคติ"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ผมเพิ่งจะผ่านมันมาครับ...&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-3293708050167845225?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/3293708050167845225/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=3293708050167845225' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/3293708050167845225'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/3293708050167845225'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_906.html' title='...ช่วงเวลาในอุดมคติ...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-6140757175283567834</id><published>2008-01-10T09:45:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:35:01.065-06:00</updated><title type='text'>จะบอกว่ารักทำไม?</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;เมื่อคืน...ผมโกรธครับ....โกรธมาก....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มีใครคนหนึ่ง..มาทำให้น้องผมต้องร้องไห้....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมโกรธมากจริงๆๆๆ.....โกรธจนพล่ามไม่หยุด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปๆมาๆ..ตีสี่ซะงั้น......กำจริงๆ........เหอๆๆๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมนะ....คนเราถึงไม่คิดถึงใจคนอื่นบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งคนที่เป็นแฟนกันด้วยแล้วล่ะก็.... ยิ่งต้องคิดให้มากกว่าเดิมเป็นร้อยๆเท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะทุกการกระทำของเรา....จะมีใจของอีกคนเข้ามาร่วมรู้สึกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องคิดให้มาก....ว่าทำไปแล้ว...อีกคนจะรู้สึกยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่เอะอะก็ พูดแต่ประโยคสุดฮิต...ผมเป็นคนแบบนี้...นิสัยผมเป็นแบบนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าคิดแต่แบบนี้...........แล้วจะมาเป็นแฟนกันทำไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...................อยู่คนเดียวจะไม่สบายใจกว่าเหรอ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ในเมื่อมันเป็นเรื่องธรรมดา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เวลาเป็นแฟนกัน...จะต้องเจอปัญหามากมาย....&lt;br /&gt;นั่นก็เพราะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณจะต้องเอาเรื่องของอีกคนมาคิดด้วย...เอาความรู้สึกของเค้ามาคิดด้วย...อยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่เราบอกว่าเรา"รัก"เค้านั้น....มีความหมายมากแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันไม่ได้หมายความว่า...คุณจะ"พยายาม"อย่างที่สุด เพื่อให้คนที่คุณ"รัก"มีความสุขหรอกหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ใจของคนที่คุณ"รัก"บอบช้ำหรอกหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ถ้าไม่ใช่.....คุณยังจะเรียกมันว่า"รัก"ได้อีกหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผมแล้ว.....อย่างที่เคยบอกไป....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า"รัก"ไม่ใช่"คำสาป" ที่จะผูกมัดคนที่พูดให้ไปใหนไม่ได้....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มันเป็นเพียงการแสดงเจตนารมณ์ที่ดีว่า....ผมรู้สึกดีกับคุณมากนะ...อยากให้คุณมาร่วมใช้ชีวิตและเดินไปพร้อมๆกันกับผมนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่า...จะไปกันรอดมั้ย.....ไม่มีใครรู้หรอก.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งนานก็ยิ่งรู้จักกันมากขึ้น....เจอเรื่องที่ไม่เคยรู้มากขึ้น....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเป็นเรื่องที่ดีเข้ากันได้ ก็ดีไป....แต่ถ้าเป็นเรื่องที่อาจไม่ดีกับอีกฝ่ายและต้องมีการปรับตัวเข้ามาเกี่ยวข้องล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้แหละ...คำว่า"รัก"ที่คุณชอบย้ำนักหนา...มันจะย้อนกลับมาพิสูจน์...ว่า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณจะยอมเพื่อคนที่คุณ"รัก"ได้หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะยอมเปลี่ยน..ยอมปรับ...ได้หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และถ้าไม่ได้....คุณจะ"พยายาม"ที่จะทำมันได้ซักแค่ไหน...ก่อนที่จะบอกว่า"ผมทำไม่ได้หรอก...มันไม่ใช่ตัวผม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องเหล่านี้แหละ...มันคือตัววัดปริมาณความรักที่คุณมีให้คนอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผมกล้าพูด...ก็เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา...ผมไม่เคยลังเลที่จะลองปรับในสิ่งที่คนรักผมขอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่า...ถ้าคุณพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว...ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดี....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เค้าจะเข้าใจ....เพราะเค้าเห็นว่าคุณพยายามอย่างเต็มความสามารถแล้ว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าลืมว่าเค้าก็"รัก"คุณเหมือนกัน....ไม่มีใครอยากเห็นคนที่ตัวเอง"รัก"ต้องทุกข์ทรมานหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่สุด...ถ้ามันไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ....ก็ต้องยอมเปลี่ยนสถานะ...ไปอยู่ในรูปแบบอื่น ที่จะยังทำให้รู้สึกดีๆต่อกันเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่สิ...เค้าถึงจะเรียกว่า"รัก"กันจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักโดยไม่คาดหวังว่า...ทำไมไม่เข้าใจ.....ทำไมไม่....ทำไม........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..........มีแต่คำว่าทำไมเต็มไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางอย่างมันไม่ต้องมีเหตุผลหรอก...ไม่ว่ามันจะดูยึดติดกับคำพูด..ยึดติดกับการกระทำ...หรือยึดติดกับอะไรก็ตามที่คุณจะยกมาอ้าง....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยึดติดแล้วมันยังไง....ในเมื่อคนที่คุณบอกว่า"รัก"เค้า กำลังต้องการมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเวลานี้...คุณจะคิดถึงตัวเองหรือคิดถึงใคร...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเวลาที่ทะเลาะกัน...ถ้าคุณไม่ผิด คุณก็จะไม่ง้อหรือไง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณอยากเอาชนะเหรอ...ชนะแฟนตัวเองแล้วมันได้อะไรวะ....มันจะช่วยให้คุณดูดีขึ้นมาใช่มั้ย....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเป็นคนที่เกลียดการกระทำลักษณะทวงบุญคุณเอามากๆๆๆๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งถ้าทำกับแฟนตัวเองด้วยแล้ว....โคตรเกลียดเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าทุกอย่างมันต้องทำเท่ากันไปตลอด....เสมอภาคกันไปตลอด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันจะมีช่วงเวลาไหนที่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความรักที่มีต่อกันล่ะ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ตัวผมเอง...ถึงแม้จะคาดหวังอยู่บ้าง...แต่ผมแค่ต้องการเห็นเพียงความพยายามเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะนั่นมันเป็นสิ่งที่จะบอกกับผมว่า...คนที่ผมรักเค้าเอาใจใส่กับความรู้สึกของผมมากๆเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเค้าจะทำได้หรือไม่นั้น...มันไม่สำคัญเท่าความเอาใจใส่ที่ให้กันหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น ขอเหอะ...อะไรที่ทำแล้ว...มันไม่ได้เดือดร้อนถึงตาย...ก็ทำเถอะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจดูไม่เท่...ไม่หล่อ...อายเพื่อน.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คุณจะโคตรน่ารักในสายตา...ของคนที่รักคุณเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนั่นมันก็สำคัญที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โมโหโว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ยิ่งคิดยิ่งโมโห)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-6140757175283567834?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/6140757175283567834/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=6140757175283567834' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6140757175283567834'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6140757175283567834'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_8326.html' title='จะบอกว่ารักทำไม?'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-8861598256277181545</id><published>2008-01-10T09:32:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:35:22.250-06:00</updated><title type='text'>การจัดการกับ"อดีต"</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;dnopista&lt;br /&gt;อดีต.........มันก็เป็นแค่........เนื้อหาในสมุดแห่งความทรงจำบางส่วนบางตอนนะคะที่รัก&lt;br /&gt;ที่...มีทั้งเรื่องดี........และก็เรื่องร้าย&lt;br /&gt;อันที่จริงคนเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลืมอดีต....&lt;br /&gt;....เนื่องจากว่าอดีต จะเป็นเสมือนโครงร่างที่จะช่วยลดความผิดพลาด...&lt;br /&gt;...และขัดเกลาปัญหาต่างๆที่มักจะเกิดจากตัวเราเอง ให้มันลดน้อยลง&lt;br /&gt;ซึ่งนั่นถือเป็นข้อดี....&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;...แต่ในบางกรณี ก็ต่างออกไป ........&lt;br /&gt;เมื่อใดก็ตาม...ที่"อดีต"มันกำลังมีผล ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นใน"ปัจจุบัน"กำลังค่อยๆพังทลายลงไปอย่างช้าๆ&lt;br /&gt;เมื่อนั้นคงถึงเวลาที่...เราจะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะลบอดีตเหล่านั้นออกไปจากชีวิตของเราเสียที&lt;br /&gt;...ถึงแม้ว่ามันจะหอมหวานหรือทุกข์ทนเพียงใด....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ไม่มีใครที่จะใช้ชีวิตใน"ปัจจุบัน" ด้วยเรื่องเก่าๆใน"อดีต"ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เพราะมันไม่มีอยู่จริง......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น ที่รักของพี่จงเข้มแข็งและแน่วแน่นะคะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...อยู่กับปัจจุบัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อที่ว่า....วันนี้ในปัจจุบัน...มันจะไม่กลายเป็นอดีตที่แสนโหดร้ายในวันข้างหน้าอีกต่อไป....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หยุดอดีตทุกอย่างไว้เพียงแค่นี้ เพื่อที่สุดที่รักของพี่จะได้เจอกับวัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....วันที่ไม่ต้องเศร้ากับเรื่องราวที่ผ่านมาอีกแล้ว....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สู้ๆนะคะคนเก่ง...น้องอ้อของพี่ปอนด์ทำได้อยู่แล้วล่ะ เนอะๆ เอ้า ยิ้มสู้มันนะคะ&lt;br /&gt;พี่ปอนด์ยืนอยู่ข้างๆอ้อ ตรงนี้เสมอ ไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกันนะคะคนดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........พี่ปอนด์ รัก อ้อนะครับ........&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-8861598256277181545?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/8861598256277181545/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=8861598256277181545' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/8861598256277181545'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/8861598256277181545'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_10.html' title='การจัดการกับ&quot;อดีต&quot;'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-7444375463569331177</id><published>2008-01-09T12:46:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:35:56.936-06:00</updated><title type='text'>ข้อดีและข้อเสีย ของอาการ"ชิน"ในมนุษย์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;...ชินจัง...ชินจัง...ชินจัง...ชินจัง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาที่เราได้ยินคำนี้ คุณๆจะนึกถึงอะไรครับ...&lt;br /&gt;แน่นอนว่า กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์น่าจะอดไม่ได้ที่จะนึกถึง...ไอ้เด็กหัวรูปเมล็ดถั่ว จอมทะลึ่งแสนทะเล้น ที่มักสร้างเสียงหัวเราะให้เราแทบทุกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่าผมก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย...แต่นั่นมันเมื่อนานมาแล้วครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันนี้ ถ้าเมื่อใดที่ผมบังเอิญไปได้ยินประโยคนี้....."ชินจัง"......&lt;br /&gt;ภาพแรกที่เกิดขึ้นในห้วงความคิด มักจะเป็นภาพของเด็กสาววัยรุ่นที่กำลังแสดงกิริยาอาการของการ"ชิน"กับอะไรบางอย่าง&lt;br /&gt;ท่วงท่าและสีหน้าของเธอไม่ได้บ่งบอกชี้ชัดว่า...เธอพอใจหรือไม่พอใจกับการ"ชิน"ครั้งนี้&lt;br /&gt;แต่ทุกครั้งที่ภาพเหล่านี้ปรากฏขึ้นในสมอง...ผมเองอดที่จะคิดไม่ได้ว่า ไอ้ความ"ชิน"ของมนุษย์นั้นมันช่างแสนมหัศจรรย์พันลึกเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมน่ะเหรอครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ก็ลองคิดดูเล่นๆนะครับว่า ถ้าคนเราไม่รู้จักชินกับอะไรบางอย่างที่มันแย่ลงแล้วล่ะก็...เราจะสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ยังไง&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่น..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...อุณหภูมิของโลกที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆในตอนนี้ ถ้าเทียบกับเมื่อยี่สิบปีก่อนแล้วล่ะก็ อุณหภูมิขนาดนี้คงทำให้เราขาดใจตายไปนานแล้ว&lt;br /&gt;ขนาดช่วงนั้นก็ถือว่าร้อนมากแล้ว และที่สำคัญคือมันค่อยร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ แต่เราก็ทนกันได้ เพราะว่าเรา"ชิน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ภาวะรถติดของกรุงเทพฯ ที่แต่ก่อนดูจะเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก มาถึงทุกวันนี้ปริมาณรถก็ยังมียอดเพิ่มขึ้นอย่างถล่มทลายในขณะที่ถนนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย&lt;br /&gt;แน่นอนว่าปัญหารถติดต้องยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นทวีคูณ แต่เราก็ทนกันได้ นั่นก็เพราะว่าเรา"ชิน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และยังมีอีกมากมายหลายตัวอย่างที่ยกมาเขียนได้เป็นร้อยหน้า...แต่ไม่เขียน(อยากรู้อ่ะดิ)(เหอๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากตัวอย่างที่ยกมานั้น จะเห็นว่าโดยส่วนใหญ่แล้วอาการ"ชิน"โดยมาก มักจะเป็นกระบวนการแก้ภาวะความอึดอัดทางอารมณ์ โดยการค่อยๆเกลี่ยความรู้สึกอึดอัดให้เป็นเรื่องธรรมดาในที่สุด&lt;br /&gt;แต่ก็มีบางครั้งที่อาการ"ชิน"นั้นเกิดจากการปรับตัวทางระบบชีววิทยา เช่น...&lt;br /&gt;...คนที่เป็นกุ๊กจะต้องโดนน้ำมันกระเด็นใส่ตลอดเวลา ทีแรกก็ร้อน แต่พอนานเข้าก็เริ่มชินเริ่มไม่รู้สึก&lt;br /&gt;...หรืออย่างเช่นคนที่ต้องเดินเท้าเปล่าตลอดเวลา ที่พอนานเข้าเค้าก็จะไม่รู้สึกเจ็บ คือ นอกจากเค้าจะชินกับความเจ็บปวดแล้ว ที่ฝ่าเท้าเค้าก็ยังหนาขึ้นเพื่อให้เดินได้ง่ายขึ้นอีกด้วย....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นได้ว่า อาการ"ชิน"ก็คือระบบการปรับตัวทั้งทางร่างกายและก็จิตใจ ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะให้มนุษย์ผู้นั้นสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เท่าที่ยกตัวอย่างมาบางส่วนนั้น จะเห็นว่า อาการ"ชิน"ช่างมีข้อดีและคุณประโยชน์เหลือคณานับกับมนุษย์เราเสียเหลือเกิน...&lt;br /&gt;...แต่นั่นมันเพียงด้านเดียวที่เราเห็น....แท้ที่จริงแล้ว อาการ"ชิน"ก็มีข้อเสียที่น่ากลัวอยู่เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อเสียที่ว่านั้นก็คือ การ"ชิน"กับอะไรที่ดีๆ จนเป็นปกติ พอนานเข้าเราก็จะรู้สึกว่ามันช่างแสนจะธรรมดา และแสวงหาความพึงพอใจแห่งใหม่อย่างไม่รู้จบสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อเสียอันนี้ มันเกิดขึ้นเนื่องจากว่า...ระบบการสร้างความเคยชินของมนุษย์นั้นจะเริ่มต้นขึ้นก็ต่อเมื่อ เมื่อใดที่เราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่คงเดิมเป็นเวลานาน&lt;br /&gt;หรือต้องพบเจอกับเรื่องราวหรือเหตุการณ์ซ้ำๆอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ได้มีการจำแนกว่าเรื่องใดควรจะ"ชิน"และเรื่องใดไม่ควรที่จะ"ชิน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นในหลายเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของเราจึงถูกความ"ชิน"บ่อนทำลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่เราได้ของเล่นใหม่ รถใหม่หรืออะไรก็ตามที่ใหม่ สังเกตว่า เราจะเอาใจใส่มันอย่างที่สุด ดูแลมันอย่างดีที่สุด คิดถึงมันมากที่สุด&lt;br /&gt;แต่พอนานเข้าเราก็จะเริ่มเบื่อ เริ่ม"ชิน"กับความใหม่นั้นจนกลายเป็นความรู้สึกที่แสนธรรมดาน่าเบื่อหน่าย และหาเรื่องอื่นที่สดใหม่กว่ามาทดแทน&lt;br /&gt;นี่เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับสิ่งของที่มันไม่มีความรู้สึก ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แต่ลองคิดดูว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับความรักและกับคนที่คุณรักล่ะ ...จะเกิดอะไรขึ้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ถ้าวันนึงคุณรู้สึกเฉยๆกับคนที่คุณรัก หรือแม้แต่ตัวคุณเองก็อาจกลายเป็นก้อนเนื้อก้อนเก่าที่ปราศจากความตื่นเต้นเร้าใจ รอวันถูกเขี่ยทิ้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..แน่นอนว่ามันคงไม่ดีแน่ ไม่ดีกับใครเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...และที่สำคัญก็ คือ เราไม่ควร"ชิน"กับเรื่องพวกนี้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เท่าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ตัวผมไม่ได้ต้องการที่จะมาเปรียบเทียบว่า ไอ้ข้อดีและข้อเสียของอาการ"ชิน"นี้ อันใหนจะมากกว่ากัน&lt;br /&gt;เพียงแต่ต้องการยกตัวอย่างให้เห็นถึงธรรมชาติของระบบการทำงานของมันก็เท่านั้น เพื่อที่ว่าในที่สุด...เราจะได้รู้เท่าทันตัวเอง&lt;br /&gt;และเอามันมาปรับใช้เพื่อความสมบูรณ์ในชีวิต...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...มันจะดีแค่ใหน ถ้าเราพยายามทำทุกวันให้แตกต่าง ใส่ใจในความซ้ำ และรักกันเหมือนเพิ่งเจอกันวันแรก...โดยไม่ยอม"ชิน"กับสิ่งเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...มันจะดีแค่ไหน ถ้าเวลาที่เราเกิดทุกข์ เราก็พยายาม"ชิน"กับความทุกข์นั้น จนมันเบาบางลงไปในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...มันจะดีแค่ใหน ถ้าเราสามารถ"ชิน"หรือ"ไม่ชิน"กับสิ่งที่เหมาะสมได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพราะถ้าเราทำได้จริง ความทุกข์ต่างๆที่เคยมีจะค่อยๆหายไป และความสุขที่เรามีก็จะยิ่งเพิ่มพูน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้น มาเริ่มกันตั้งแต่วันนี้นะครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าเพิ่ง"ชิน"ไปซะก่อนนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.ตอนนี้ตัวผมเองมีเรื่องที่ไม่สบายใจและทุกข์ใจกับมันมาก แต่ผมจะไม่ยอม"ชิน"กับมันหรอกครับ&lt;br /&gt;เพราะผมเชื่อว่า บางครั้งความเจ็บปวดและทรมาน มันก็คืออาการที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของบางเรื่อง บางคน ที่เราให้ความสำคัญกับเค้ามากๆ&lt;br /&gt;มันคงจะแย่มาก ถ้าเกิดเรา"ชิน"กับเรื่องแบบนี้ เพราะถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง นั่นหมายความว่า..ความสำคัญของเค้าเริ่มจะหายไปแล้ว&lt;br /&gt;...ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้จริงๆ...&lt;br /&gt;แต่ก็เอาเถอะครับ...ไม่ต้องเป็นห่วง...ตัวผมเองนั้น นอกจากจะทนเหมือนแรดแล้ว ก็ยังแรดเหลือทนอีกด้วยนะครับ เหอๆๆ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-7444375463569331177?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/7444375463569331177/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=7444375463569331177' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/7444375463569331177'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/7444375463569331177'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_09.html' title='ข้อดีและข้อเสีย ของอาการ&quot;ชิน&quot;ในมนุษย์'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-8087557874302868641</id><published>2008-01-04T20:33:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:36:27.602-06:00</updated><title type='text'>ชิวิตนี้ ไม่มีอะไรแน่นอน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ชีวิตนี้...ไม่มีอะไรที่แน่นอนหรอกเนอะ(เสียงในความคิด..เอื้อนเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบทางอารมณ์)ใช่....ไม่มีอะไรแน่นอนหรอก(เสียงจริง...เปล่งออกจากกล่องเสียงที่ไร้อารมณ์)จริงอยู่...ที่เราสามารถกำหนดวันพรุ่งนี้ให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้แต่เราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้....ทั้งหมด.....บางสิ่งบางอย่าง ได้ถูกใครบางคนกำหนดไว้แล้ว...หรือบางทีอาจไม่มีใครกำหนดอะไรเลยก็ได้...เพียงแค่ว่า...เรื่องเหล่ามันอยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆท่านๆ.......ก็เท่านั้น..."ชีวิตจริง..ไม่ได้ควบคุมง่ายเหมือนการทดลองวิทยาศาสตร์หรอกนะครับ"ชีวิตจริง..สรุปผลการทดลองค่อนข้างยากลำบากว่า"สำเร็จ"หรือ"ล้มเหลว"ใคร"ผิด"หรือใคร"ถูก"...ตัดสินกันค่อนข้างลำบาก...เพราะ...ผลดีหรือร้ายที่เกิดขึ้น...ให้ผลกับบางคน..บางสังคม..บางวัฒนธรรมแตกต่างกันไปตามระยะเวลาที่เนิ่นนานมากขึ้นเรื่อยๆคนที่ดูโหดร้ายในช่วงต้น...อาจกลายเป็นวีรบุรุษในอีกหลายร้อยปีต่อมาคนที่ดูบ้าบอ หลุดโลก...อาจกลายเป็นอัจฉริยะในอีกหลายช่วงศตวรรษ....แล้วเราจะเอาอะไรมาวัดกันหล่ะครับพี่น้อง(แน่นอนว่า..ต้องป็นดอกไม้กับปิ่นโต อย่างแน่นอนค้าบ...(ฮา))..ว่าไอ้ที่เราทำๆอยู่เนี่ย..ตกลงมัน"ผิด"จริงเหรอเราจะมีทางรู้ได้มั้ย...ว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่"ถูก"ในอนาคต&lt;br /&gt;แน่นอนว่าไม่มีใครบอกได้...&lt;br /&gt;มีแค่ตัวเราเองเท่านั้นแหละครับ...ที่รู้&lt;br /&gt;..รู้ว่า..เราทำไปด้วยเจตนาที่ดีหรือเปล่า&lt;br /&gt;...ผมเชื่อนะครับ...ว่า...&lt;br /&gt;ถ้าเราคิดดี...ไม่ว่าการกระทำนั้นจะขัดกับความรู้สึกของคนอื่นอย่างไร&lt;br /&gt;มันก็ต้องดี...&lt;br /&gt;ดีกับเรา...และที่สำคัญที่สุดก็คือ ดีกับคนที่เราตั้งใจทำให้เค้าด้วย(แม้ว่าตอนนี้เค้าอาจจะยังไม่เห็น)&lt;br /&gt;เราเชื่อว่า....&lt;br /&gt;...เราดูแลเค้าได้ดีกว่า...&lt;br /&gt;...รักเค้าได้มากกว่า...&lt;br /&gt;และถึงแม้ว่า..ปลายทางอาจจะไม่หอมหวาน..&lt;br /&gt;เราก็เชื่อว่า...&lt;br /&gt;..อย่างน้อยในระหว่างทาง..&lt;br /&gt;เราก็จะไม่ทำให้เค้าผิดหวัง..ไม่ทำให้เค้าเศร้า...&lt;br /&gt;เพื่อให้อย่างน้อยตอนจบ ถึงแม่ว่าจะเศร้าไปนิด...แต่ก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม&lt;br /&gt;...จบอย่างงดงาม..&lt;br /&gt;แต่ไม่ต้องกังวลครับ...&lt;br /&gt;คงอีกนาน...เพราะนี่ผมยังไม่ได้เริ่มเขียนเลย...&lt;br /&gt;ทำได้แต่นั่งคิดไปวันๆ...ฝันไปวันๆ...&lt;br /&gt;และที่สำคัญ...&lt;br /&gt;ผมไม่ถนัดเขียนเรื่องเศร้าหรอกครับ....&lt;br /&gt;...เนอะ(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-8087557874302868641?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/8087557874302868641/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=8087557874302868641' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/8087557874302868641'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/8087557874302868641'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_6131.html' title='ชิวิตนี้ ไม่มีอะไรแน่นอน'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-6841884284016712634</id><published>2008-01-04T20:30:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:36:52.013-06:00</updated><title type='text'>บันทึกของกิ้งก่าน้อย(บทแตกต่อจาก กิ้งก่ากับหน้ากาก)</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;03 สิงหาคม 2550&lt;br /&gt;14:00 น. กรมศิลปากร&lt;br /&gt;(จากส่วนหนึ่ง ในบันทึกของกิ้งก่าน้อย)(แนะนำให้อ่านบทก่อนหน้านี้ซะก่อนนะครับจะได้ไม่งง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับมนุษย์คนหนึ่ง...คุยกันนานเลย&lt;br /&gt;หัวข้อที่คุย..ก็เหมือนเคยแหละ..&lt;br /&gt;ไม่ว่าครั้งไหนๆ..."มนุษย์"ก็มักจะโอ้อวดในความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ..เสมอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันที่จริงแล้ว..ถึงแม้ว่าเราจะแอบหมั่นไส้อยู่บ้าง&lt;br /&gt;แต่เราก็รู้สึกว่า...มนุษย์นั้นเก่งจริงๆ..ทั้งๆที่เกิดทีหลัง..&lt;br /&gt;แต่ปัจจุบันกลับดู..มีพัฒนาการเยอะที่สุด...เยอะมาก...&lt;br /&gt;เยอะจนเราคาดไม่ถึง...และตามไม่ทัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไม่มีวันตามทัน&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;สัตว์เลื้อยคลานอย่างเรา...&lt;br /&gt;มีชีวิตอยู่ได้...ด้วยการขับเคลื่อนของสัญชาตญานเพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;...เราไม่ต้องคิดอะไร&lt;br /&gt;หิวเราก็กิน..ง่วงเราก็นอน...&lt;br /&gt;จู่ๆวันดีคืนดี...ก็ถูกจับกินซะงั้น...&lt;br /&gt;เหอๆ...ตลกดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราอิจฉามนุษย์ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง..แต่ละคนสามารถคิดเองได้อย่างอิสระ&lt;br /&gt;ต่างจากพวกเรา...ที่ไม่มีโอกาสคิด...ทุกสิ่งดำเนินไปเพราะมันต้องเป็นอย่างนั้น&lt;br /&gt;ผมไม่แปลกใจเลย..ที่ไม่มีซักตัวในพวกเราที่ได้เป็นนายก(จำมาจากที่มนุษย์ชอบพูดกัน)&lt;br /&gt;...เพราะพวกเราเหมือนกันหมด เหมือนโดยไม่ได้ตั้งใจ..เพราะไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะตั้งใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังดูน่าเศร้า...แต่พวกเราก็ไม่เป็นไรหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพราะเราเศร้าไม่เป็น...&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;เราอิจฉามนุษย์มาตลอด...เพราะมนุษย์สามารถสร้างความแตกต่างได้&lt;br /&gt;สร้างคุณค่าในตัวเองได้ อย่างที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร&lt;br /&gt;เราอิจฉาตลอดมา...จนกระทั้งวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...วันนี้เรารู้สึกต่างไป...ไม่เหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เราไม่เข้าใจว่า...&lt;br /&gt;...เหตุใดมนุษย์จึงละทิ้งความสามารถในการแยกแยะและคิดอย่างเป็นอิสระของตัวเองไป&lt;br /&gt;...ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ&lt;br /&gt;...เพราะสิ่งนี้มันจะทำให้มนุษย์ทุกคนสามารถตอบสนองความต้องการของตัวเองได้อย่างไม่รู้จบ&lt;br /&gt;...สามารถเข้าใจตัวเองและคนอื่นได้อย่างถ่องแท้และตรงจุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ทั้งที่มีสิ่งที่ดีมากอยู่กับตัว...&lt;br /&gt;...แต่มนุษย์กลับเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่คนส่วนใหญ่บอกให้เชื่อ&lt;br /&gt;เชื่อโดยปราศจากการคิดไตร่ตรอง...เชื่อเพราะเค้าบอกว่าดี...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนๆที่กำลังอ่านบันทึกของผมอยู่ไม่ต้องแอบเถียงในใจนะครับ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้หมายถึงว่าเราต้องลองไปซะหมด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เรื่องอะไรที่ลองแล้วมันมีผลเสียกับคนอื่นหรือกับตัวเราเอง&lt;br /&gt;เราก็ไม่ต้องไปลองมันหรอกครับ..เช่นพวกยาอี ไรเงี้ย(แหม เถียงในใจกันเชียว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือบางเรื่องที่มันไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อนมากมายถ้าไม่รู้จริง..ก็ไม่เป็นไร เว้นไปบ้างก็ได้ครับ&lt;br /&gt;เช่น จักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด แต่มีขอบเขตไรเงี้ย(แฮ่ๆๆ..ล้อเล่นนะค๊า)&lt;br /&gt;เรื่องพวกนี้มันเป็นองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เสมอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่ผมกำลังพูดอยู่น่ะ หมายถึงว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;... เรารู้ดีที่สุดว่าเราชอบอะไร ถนัดอะไร แต่ก็มักเอาแต่ทำตามคนอื่น...&lt;br /&gt;แล้วเวลาผิดพลาดมา..ก็มักจะโทษคนนู้นคนนี้ว่าแนะนำไม่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฮ้ออออออออออ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมล่ะงงจริงๆ..ว่ามนุษย์อย่างพวกคุณยังไม่รู้จักตัวเองกันอีกเหรอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...หลายคนคงเคยอธิบายกับคนอื่นว่า..&lt;br /&gt;"...เห็นเราเป็นอย่างนี้...แต่จริงๆแล้วเราเป็นแบบนี้นะ"&lt;br /&gt;เพราะสิ่งที่สื่อออกมา อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณเป็น...&lt;br /&gt;.........&lt;br /&gt;เพราะงั้น...แน่นอนว่าในทางกลับกัน&lt;br /&gt;สิ่งที่คุณเห็น..อาจไม่ใช่สิ่งที่เค้าเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แต่ทำไงดีล่ะ คนส่วนใหญ่มักทึกทักอย่างจริงจังว่าเป็นอย่างนั้นแน่นอน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณก็เลยต้องบอกว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...โห...ทำแบบนี้ก็ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้วล่ะ"&lt;br /&gt;(ประโยคสุดคลาสสิคที่จำเค้ามาพูดทั้งนั้น...ใครๆเค้าก็บอก ใครๆเค้าก็คิด เฮ้อออออออออออออ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้....แค่นั้น(น่าภาคภูมิใจจริงๆ)&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังม่านน้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกสามีทิ้ง..และผู้หญิงคนนี้ดันเป็นเพื่อนคุณ...มันมีอะไรแอบแฝงอยู่บ้าง&lt;br /&gt;คุณอาจรุมประนามผู้ชายคนนั้นว่าเลว...ว่าโหดร้าย..แต่คุณเคยรู้บ้างหรือเปล่าว่า(หมายถึงรู้จริงๆนะ ไม่ใช่ฟังจากเพื่อนคุณฝ่ายเดียว)เพื่อนคุณทำอะไรกับเค้าไว้บ้าง&lt;br /&gt;คุณกล้าที่จะรู้หรือเปล่า..และถ้าคุณรู้แล้ว ปรากฏว่าเพื่อนคุณผิด..คุณจะกล้าบอกกับเพื่อนคุณอย่างนั้นหรือเปล่า ยอมรับความจริงได้หรือเปล่า&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;จะดีกว่ามั้ย...&lt;br /&gt;ถ้าเกิดคุณจะลองเปิดใจและทำความเข้าใจในเหตุผลของคนอื่นดูบ้าง&lt;br /&gt;...โดยปราศจากอคติ...(ยาก แต่มนุษย์อย่างคุณๆท่านๆทำได้อยู่แล้วล่ะ..อยู่ที่จะทำหรือเปล่าเท่านั้นแหละ)&lt;br /&gt;และเชื่อใจคนที่คุณห่วงเค้า บ้างว่า....เค้าต้องมีอะไรที่สำคัญมากๆแน่นอนถึงได้ทำอย่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แค่เชื่อใจ...แค่นั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะบางอย่าง...บางคนอาจไม่มีทางเข้าใจ ถ้าไม่เจอกับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่คุณไม่เข้าใจ..ไม่ได้ผิดอะไร...ขอเพียงแค่เชื่อใจกัน&lt;br /&gt;อย่าไปบอกว่าคนนั้นผิด...คนนี้ถูก&lt;br /&gt;คุณไม่ได้เก่งขนาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีใครเก่งขนาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ขอแค่คุณอยู่เฉยๆอย่างให้เกียรติกัน&lt;br /&gt;มิตรภาพมันก็จะยาวนาน...ตราบจนสิ้นกรรม(เหอๆๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.อย่าหมั่นไส้ผมเลย ผมมันก็แค่สัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆที่ไม่มีคุณค่าอะไร ผมทำอย่างคุณไม่ได้หรอก ผมไม่เก่งขนาดนั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาทำค้อน เหอๆๆๆๆ&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;กิ้งก่าน้อยกรอยใจ(...ทำไมต้องกิ้งก่าน้อยกรอยใจด้วยอ่ะ...)(ไม่รู้อ่ะ)(แฮ่ๆๆ)&lt;br /&gt;15:00 น.&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-6841884284016712634?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/6841884284016712634/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=6841884284016712634' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6841884284016712634'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6841884284016712634'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_7451.html' title='บันทึกของกิ้งก่าน้อย(บทแตกต่อจาก กิ้งก่ากับหน้ากาก)'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-2767700172030307761</id><published>2008-01-04T20:26:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:37:18.628-06:00</updated><title type='text'>กิ้งก่ากับหน้ากาก</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;มนุษย์เรา..&lt;br /&gt;เป็นสัตว์ที่มีศักยภาพสูงในการทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัว&lt;br /&gt;และสามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกองค์ประกอบที่รายล้อมได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...กิ้งก่าบางตัวอาจหันมาค้อน แล้วเถียงด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งว่า...&lt;br /&gt;...จะปรับตัวเก่งได้ยังไง..ในเมื่อมนุษย์เปลี่ยนสีไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...อืม..ก็จริงอยู่ (มนุษย์ครุ่นคิด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..แต่มนุษย์เราก็มีเสื้อผ้าอาภรณ์ที่หลากหลาย ที่ทำให้เปลี่ยนสีได้โดยไร้ขีดจำกัด&lt;br /&gt;...กิ้งก่าอย่างพวกท่าน เปลี่ยนสีเป็นลายหลุยซ์ วีต๊องงได้อ๊ะเปล่าล่ะ(มนุษย์แสยะยิ้ม)&lt;br /&gt;(ฮึ!!!...กิ้งก่าทำท่าตะปู....ค้อน!!!!!!!!!!!)(ฮา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเรามีสมองที่ทรงพลังที่สุดในโลก...ถ้าเราทำอะไรไม่ได้...&lt;br /&gt;เราก็แค่สร้างมันขึ้นมา...ไม่ต้องรอโอกาสจากธรรมชาติเหมือนพวกท่านหรอก&lt;br /&gt;เราไม่มีกระดอง..ไม่มีเปลือกแข็ง..เราก็แค่สร้างตึกขึ้นมาห่อตัวเราไว้..&lt;br /&gt;นอกจากจะแข็งแรงกว่าแล้ว..ยังกว้างขวางกว่าอีก...สวยกว่าด้วย&lt;br /&gt;(ฮึ!!!...กิ้งก่าทำท่าตะปูอีกครั้ง....ค้อน!!!!!!!!!!!)(ฮา)&lt;br /&gt;...พอแล้ว!!!เล่นซ้ำ!!!!(ฮา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนอกจากเราจะมีเสื้อผ้าที่สามารถเปลี่ยนสีตัวเรา..มีตึกห่อหุ้มตัวเราได้แล้วนะ...(มนุษย์พูดต่อ)&lt;br /&gt;...เรายังมีหน้ากากที่สามารถทำให้เราเปลี่ยน"สี"ของสถานะทางสังคมของเราได้ด้วยนะ&lt;br /&gt;(นี่ถือเป็นขั้นแอดวานซ์สุดๆของเราเลยนะ...รู้แล้วเหยียบไว้)(กิ้งก่าทำหน้าสงสัย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากให้ใครรู้สึกดีกับเรา...เราก็ใส่หน้ากากที่ดูดีเข้าไปหาเค้า...&lt;br /&gt;"คนส่วนใหญ่"คิดว่าแบบไหนดี...เราก็ใส่หน้ากากที่"พวกเค้า"คิดว่าดีนั้นเข้าหา...&lt;br /&gt;แค่นี้เราก็ดูดีแล้ว...ง่ายๆ(น้ำเสียงภูมิใจ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..อะไรนะ...โห..ไม่ต้องไปคิดมากหรอก&lt;br /&gt;จะเสียเวลาไปรู้ทำไม..ว่าทำไมมันถึงดี...แค่ทำตามก็พอแล้ว&lt;br /&gt;ขืนมัวแต่ไปนั่งคิดว่า...ทำไมคนนั้นถึงทำอย่างนี้..คนนี้ถึงทำอย่างนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันๆไม่ต้องทำอะไรกันพอดี...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง...ถ้าเราไปนั่งทำความเข้าใจทั้งหมดคงไม่ไหวหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกาะกระแสไว้ดีกว่า...เซฟสุด...เชื่อดิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะถ้าเกิด..ใครบางคนเลือกเดินทางที่แตกต่างกับกระแสหลักนะ&lt;br /&gt;เวลาที่เค้าล้ม...เจ็บตัว...เราก็แค่เดินไปบอกเค้าว่า..&lt;br /&gt;...เห็นมั้ยล่ะ...บอกแล้วไม่เชื่อ...ทุกคนก็จะชื่นชมเราว่ารู้จักตักเตือนเพื่อน..ตักเตือนพี่&lt;br /&gt;...อะไรนะ..ถ้าเกิดเค้าสวนกระแส แล้วผ่านไปได้ด้วยดีน่ะเหรอ...&lt;br /&gt;โห่..ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเล๊ยย...บอกให้ก็ได้&lt;br /&gt;..ก็เข้าไปยิ้มแสดงความดีใจด้วย...พร้อมกับประโยคสุดคลาสสิคว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โห...ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าเธอจะทำได้ เรามองเธอผิดไปจริงๆ...เธอนี่สุดๆจริงๆยอมรับเลยอ่ะ...แล้วก็ยิ้มนิดนึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แค่นี้เค้าก็ไม่โกรธไม่เคืองอะไรเราแล้ว...เชื่อดิ&lt;br /&gt;เห็นมั้ยว่า...มันเป็นขั้นแอดวานซ์จริงๆ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ...&lt;br /&gt;...เราก็จะถูกเสมอ...มีคนยอมรับเสมอ...&lt;br /&gt;กิ้งก่าอย่างพวกนายทำได้หรือเปล่าล่ะ(ทำท่าทางเย้ยหยัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;".................................."&lt;br /&gt;".................................."&lt;br /&gt;".................................."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(กิ้งก่ามองหน้ามนุษย์ผู้นั้น ด้วยสายตาเฉยชาอย่างที่สุดที่สัตว์เลื้อยคลานตัวหนึ่งจะทำได้)&lt;br /&gt;(ไม่มีสำเนียงเสียงใดๆหลุดออกมาจากปาก...)(แล้วมันก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้าว...อยู่ๆก็หนีไปซะงั้น..ไร้มารยาทจริง&lt;br /&gt;แทงใจดำอ่ะดิ...&lt;br /&gt;เชอะ...ไม่เห็นสนใจเลย&lt;br /&gt;พวกกิ้งก่าก็อย่างนี้แหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"..ใครๆเค้าก็บอก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.....เนอะ......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.เขียนให้ดูน่ากลัวไปงั้นแหละ...เอาเข้าจริง ทุกคนก็แค่"เป็นห่วง"&lt;br /&gt;ขึ้นชื่อว่า"ห่วง"ย่อมมีลักษณะเป็นวง ที่สามารถรัดอะไรๆให้แน่นได้เท่าที่ต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ยิ่งเป็นห่วงมาก ก็ ยิ่งรัดแน่นมาก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ"เป็นห่วง"ถือเป็นเรื่องที่ดี...ถ้าการเป็นห่วงนั้น...&lt;br /&gt;ถูกที่ ถูกเวลา และช่วยดึงใครบางคนออกมาจากสิ่งไม่ดี&lt;br /&gt;..สิ่งที่จะทำให้เค้าต้องตกอยู่ในความทุกข์ตลอดชีวิต&lt;br /&gt;........&lt;br /&gt;แต่ถ้าการเป็นห่วงนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกิดจากความรู้สึกของคุณเอง(หรือคุณอาจอ้างว่าเป็นความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ก็ตาม)&lt;br /&gt;...โดยปราศจาก"ความเข้าใจ"ในความรู้สึกของคนที่คุณบอกว่ากำลังห่วงเค้า...อย่างแท้จริงแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห่วงนั้นแทนที่มันจะช่วยพยุงฉุดรั้ง...&lt;br /&gt;มันกลับจะยิ่งรัดแน่น..&lt;br /&gt;...จนคนที่คุณห่วงอาจจะไม่มีพื้นที่ให้หายใจอีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่จะ"เป็นห่วง"ใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้โปรด"ทำความเข้าใจ"กับทุกเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างของเค้าให้ละเอียดซะก่อน..อย่าคิดเอาเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(อย่าอ้างว่าคุณไม่รู้...เพราะคุณบอกเองว่า"ถ้าไม่สนิทกันจริง..ไม่พูดนะ")&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าให้"ความรู้สึกดีๆ"ที่"ปราศจากความเข้าใจ"&lt;br /&gt;ต้องมาทำร้ายกันเองเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะนั่นเค้าเรียกว่า..."ไม่ห่วงกันจริง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่สำคัญ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...มันโคตรเจ็บเลย...&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-2767700172030307761?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/2767700172030307761/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=2767700172030307761' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/2767700172030307761'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/2767700172030307761'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_7452.html' title='กิ้งก่ากับหน้ากาก'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-7910171111104597463</id><published>2008-01-04T20:23:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:37:50.598-06:00</updated><title type='text'>คำพูดคือพันธนาการ...จริงหรือ?</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทุกคนคงเคยมีแฟน...มากกว่าหนึ่งคนใช่มั้ยครับ&lt;br /&gt;เอ่อ....&lt;br /&gt;ผมหมายถึงว่า...ตั้งแต่โตมาน่ะครับ(แหม่..ค้อนกันเชียว)&lt;br /&gt;เคยมีแฟนมาแล้วหลายคนใช่มั้ย...&lt;br /&gt;เพื่อนรักของผมคนนึง...&lt;br /&gt;ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของ อดีต กับ ปัจจุบันไว้&lt;br /&gt;ประมาณว่า...ตอนนี้สมมตืว่าผมกำลังรักคนคนหนึ่งอยู่...&lt;br /&gt;ผมก็บอกเค้าว่า....รักเค้ามาก...รักมากที่สุดในโลก....&lt;br /&gt;แต่ก่อนหน้านี้...&lt;br /&gt;ผมก็เคยพูดประโยคนี้กับแฟนคนก่อนเหมือนกัน....&lt;br /&gt;รวมถึงแฟนคนก่อนๆอีกด้วย....&lt;br /&gt;...นี่มันถือว่า...ผมเป็นคนไม่จริงใจมั้ย...หรือว่าพูดกับใครก็ได้...หรือเปล่า?&lt;br /&gt;อืม....ที่จริงแล้ว..ผมไม่อยากคิดนะ...&lt;br /&gt;แต่คิดไปคิดมา....มาลองวิเคราะห์กันดูซักตั้งก็น่าจะดีเหมือนกันนะ&lt;br /&gt;...ว่าไอ้ที่ผมทำอยู่ มันถือเป็นเรื่องที่ไม่จริงใจมั้ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าด้วยเรื่องของความรักแล้ว...&lt;br /&gt;เวลาที่เรารักใครแล้ว...เราก็ควรจะรักเค้าตลอดไปหรือเปล่า...&lt;br /&gt;และไม่สามารถรักคนอื่นได้อีกเลยหรือเปล่า....&lt;br /&gt;อืม...&lt;br /&gt;เพราะถ้าเราถือว่า คำพูดนั้น..เป็นเรื่องที่สำคัญมาก&lt;br /&gt;..มันก็น่าจะมีเหตุผลมากพอ ที่จะไม่ต้องรักใครอีกเลย&lt;br /&gt;ไม่ว่าความรักที่มีอยู่จะดีหรือร้าย...เราก็ยังต้องรัก รัก และรัก&lt;br /&gt;...เพราะว่าเราได้พูดไปแล้ว...อย่างนั้นหรือ?&lt;br /&gt;อืม...หรือว่า...&lt;br /&gt;ในเมื่อคำพูดนั้นมันสำคัญมาก...&lt;br /&gt;งั้นเอางี๊...ถ้าเกิดยังไม่แน่ใจ...ก็ยังไม่ต้องพูด...ไม่ต้องบอก...ศึกษากันให้แน่ใจซะก่อน&lt;br /&gt;....ถ้าคิดว่าใช่แล้ว....ก็ค่อยบอก&lt;br /&gt;อือฮึ....ก็เป็นความคิดที่เข้าท่าดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แต่ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แล้วเมื่อไหร่ล่ะ..ที่เราจะรู้...ที่เราจะแน่ใจ&lt;br /&gt;และที่สำคัญ...เราจะรู้ได้ยังไงว่า เราแน่ใจแล้วจริงๆ&lt;br /&gt;ในเมื่อยิ่งรู้จักกันนานก็ยิ่งรู้สึกต่างไป เพราะเราจะได้รู้อะไรมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;br /&gt;และอีกอย่างที่สำคัญกว่านั้น คือ....จะมีใครรอเรามั้ย...อืม....&lt;br /&gt;นั่นสินะ...น่าคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผมแล้ว....&lt;br /&gt;การที่ผมจะรักใครซักคนนั้นถือเป็นเรื่องยากมาก&lt;br /&gt;เพราะผมไม่ได้ออกตามหา...&lt;br /&gt;ผมเลือกที่จะรอ...ให้คนคนนั้นก็เดินเข้ามาในชีวิตผมก่อน...&lt;br /&gt;หรือหลายคนอาจเรียกมันว่า...ความบังเอิญ&lt;br /&gt;เค้าอาจจะแค่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป แต่อย่างน้อย...&lt;br /&gt;การที่คนสองคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน...อยู่ๆก็ได้มาร่วมทางกันแป๊บนึง..ก็ถือเป็นเรื่องที่แปลกแล้ว&lt;br /&gt;แน่นอนว่า...ในชีวิตนี้เราจะเจอะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้นับครั้งไม่ถ้วน...แล้วใครล่ะ&lt;br /&gt;นั่นสิ...แล้วใครล่ะ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ถึงเวลามันก็รู้เอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่ออย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งเรารู้แล้ว....เราจะทำยังไง&lt;br /&gt;ในเมื่อโอกาสที่มันจะเจอก็ยากอยู่แล้ว...&lt;br /&gt;อุตส่าห์เจอแล้ว จะปล่อยเค้าผ่านไปเฉยๆงั้นเหรอ&lt;br /&gt;โดยมัวกังวลอยู่กับคำพูดเดิมๆที่เคยพูดไปแล้วกับคนก่อนงั้นเหรอ....&lt;br /&gt;ผมไม่คิดอย่างนั้นแน่....ไม่มีทาง!!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่เราจะรู้จักใครซักคน แล้วจะสามารถบอกได้ว่า เค้าคือคนที่เหมาะกับเราที่สุดแล้วตลอดไปในชีวิตนี้ เราจะไม่รักใครอีกแล้วในชีวิตนี้อย่างจริงจัง&lt;br /&gt;สำหรับผม....มันเป็นไปไม่ได้...&lt;br /&gt;เนื่องจาก...&lt;br /&gt;กระบวนการเรียนรู้ของคนเรานั้นขึ้นอยู่กับเวลา และปริมาณข้อมูลที่ได้รับ ซึ่ง....&lt;br /&gt;ยิ่งนานมาก ก็ยิ่งได้เรียนรู้มาก....คนเรายิ่งอายุมากขึ้น...ก็จะคิดได้มากขึ้น...กว้างขึ้น...อย่างไม่รู้จบ&lt;br /&gt;เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าในอนาคต...เราจะคิดยังไง ความคิดเราจะเปลี่ยนไปมั้ย&lt;br /&gt;เพราะ เราไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆรอบตัวได้ทั้งหมด...&lt;br /&gt;ถ้าไม่เชื่อลองนึกดูเล่นๆว่า...ความคิดในวัยเด็กของคุณเปลี่ยนไปแค่ไหนเมื่อคุณโตขึ้น...&lt;br /&gt;คุณอาจเคยอยากเป็นหมอ โตขึ้นจะได้รักษาพ่อแม่ แต่ทำไมโตขึ้นมาถึงเปลี่ยนใจซะล่ะ...ตอบตัวเองได้มั้ย&lt;br /&gt;แน่นอนว่า...ตอนนั้นคุณยังรู้ไม่พอ&lt;br /&gt;แล้วทำไมตอนนี้..ถึงคิดว่าตัวเองรู้อะไรมากพอแล้วล่ะครับ...&lt;br /&gt;คุณไม่มีทางที่จะรู้ได้เท่าตัวคุณเองในอีกสิบปีข้างหน้าหรอก&lt;br /&gt;ไม่อย่างนั้น...เราอาจจะต้องรักเพื่อนสมัยอนุบาลไปตลอดชีวิต...เพราะตอนนั้นเรารักเค้าไปแล้ว...(หรือไม่จริง)(ฮา)&lt;br /&gt;หลายคนอาจหาทางออกให้ตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าตอนนั้นยังเด็กอยู่ ยังไม่รู้อะไร...&lt;br /&gt;ซึ่งไม่ต่างอะไรเลยกับคุณเองในตอนนี้...คุณก็คือเด็กคนหนึ่ง เมื่อเทียบกับตัวคุณเองในวันข้างหน้า&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้น เราควรจะเครียดกับคำพูดของตัวเราเองในตอนนี้หรือ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผมแล้ว...&lt;br /&gt;ทางออกของผม...อาจดูไม่สวยหรู&lt;br /&gt;อาจดูว่า...ผมปฏิเสธความรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง...(ที่เมื่อก่อนเคยพูดไป)&lt;br /&gt;อาจดูว่า...ผมบอกรักกับใครก็ได้...(กับแฟนคนที่หนึ่งและสอง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ช่างมันปะไร....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างน้อย...ผมก็ไม่เคยหลอกตัวเอง...&lt;br /&gt;ไม่เคยโกหกความรู้สึกของตัวเอง...&lt;br /&gt;รู้สึกยังไงก็บอกอย่างนั้น..&lt;br /&gt;ผมอยู่บนพื้นฐานของโลกแห่งความจริง...&lt;br /&gt;ที่ชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้าทุกวัน....&lt;br /&gt;กับคนที่ผมรัก....(ในปัจจุบัน)&lt;br /&gt;ผมคิดอย่างจริงจังเสมอ...ว่านี่คือคนที่ผมรักที่สุด&lt;br /&gt;และผมก็จะดูแลเค้าให้ดีที่สุดที่ชีวิตของผมจะทำได้&lt;br /&gt;ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น...เค้าก็จะเป็นคนสุดท้าย ที่จะร่วมใช้ชีวิตไปด้วยกันกับผม...&lt;br /&gt;นั่นก็เพราะผม"รัก"เค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่"ความรัก"เป็นเรื่องของคนสองคน ที่มีเงื่อนไขเรื่องการปรับตัว การทำความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกันเข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;มันจะยาวนานหรือแสนสั้นไม่มีใครบอกได้...ขึ้นอยู่กับคนทั้งคู่ว่าจะประคับประคองมันไปได้ไกลแค่ไหน&lt;br /&gt;ดังนั้น..ถ้าคุณบอกรักใคร..มันจึงไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะต้องรักเค้าไปตลอดชีวิต&lt;br /&gt;แต่มันขึ้นอยู่กับคุณและเค้าว่าจะ"เข้าใจ"กันได้แค่ไหนต่างหาก&lt;br /&gt;แล้วก็ที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ...ถ้าเกิดว่าทุกอย่างมันก็ราบรื่นดี คุณจะยังรักษา"ความรัก"ของคุณไว้ได้หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจึงคิดอย่างนี้เสมอ...เสมอมา....กับทุกคน โดยไม่เคยที่จะกังวลเลยว่าวันข้างหน้าผมจะยังรักเค้ามั้ย?&lt;br /&gt;(เพราะวันนี้แค่ผมรู้ตัวดีว่ารักเค้ามากๆ...นี่น่าจะสำคัญที่สุดแล้ว)&lt;br /&gt;ใครจะไปรู้ว่า...วันนึงเค้าอาจจะกลายเป็นเอเย่นขายยาอีและค้าเนื้อสดอย่างเลือดเย็น อย่างที่คุณคงรักไม่ลง&lt;br /&gt;(ซึ่งแน่น่อนว่า...ในตอนนั้นหลายคนต้องพยายามสรรหาเหตุผลมาแก้ต่างให้ตัวเอง....ว่าเลิกเพราะอย่างนั้นอย่างนี้นะ)&lt;br /&gt;(เพื่อที่ตัวองจะได้พ้นผิด...ที่ไม่รักษาคำพูด)&lt;br /&gt;(ทั้งๆที่จริงแล้ว...มันไม่ได้ต่างกันหรอกครับ(ในกรณีที่ยึดถือคำพูดเป็นหลักอ่ะนะ))&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนี้แล้ว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จะไปคิดในเรื่องที่คุณเองไม่มีวันที่จะควบคุมมันได้ทำไม...."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะมัวไปกังวลกับแค่คำพูดเพียงไม่กี่คำทำไม?....มันสำคัญแค่ไหนกัน...&lt;br /&gt;...สิ่งที่สำคัญที่สุด..มันคือการทำในสิ่งที่ดีๆให้คนที่คุณรัก..มีความสุขไม่ใช่เหรอ&lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้แหละ...มันเลยทำให้...ผมไม่เคยลังเลที่จะทำทุกๆอย่างให้อีกฝ่ายได้รู้สึกดี&lt;br /&gt;โดยปราศจากความกังวลใดๆทั้งสิ้น...&lt;br /&gt;เพราะเราไม่รู้ว่า...อนาคตข้างหน้ามันจะเป็นยังไง...จะดีหรือร้าย...จะช้าหรือเร็ว&lt;br /&gt;สู้ตอนนี้...ทำดีให้เยอะๆๆ...ให้มีแต่เรื่องดีๆ...มีแต่ความรู้สึกดีๆ&lt;br /&gt;อยู่กับ"ปัจจุบัน"ให้มากที่สุด&lt;br /&gt;ใหนๆก็ได้มีโอกาสมาเจอกันแล้ว...&lt;br /&gt;ทำดีให้มันสุดๆเท่าที่คุณจะทำได้...ไม่ดีกว่าเหรอ&lt;br /&gt;ไม่แน่นะ...ผมว่า...&lt;br /&gt;บางทีแล้ว...ไอ้เรื่องดีๆที่คุณทำอย่างจริงใจนี่แหละ&lt;br /&gt;มันจะเป็นตัวที่ช่วยฉุดรั้งความสัมพันธ์ที่ดีไว้ให้ยาวนาน&lt;br /&gt;เป็นยาสมานเวลาที่มีรอยร้าว...ในวันที่จะเกิดปัญหา&lt;br /&gt;ซึ่งถ้าไม่ทำไว้ตั้งแต่ตอนนี้...ปล่อยจนเกิดเรื่อง...&lt;br /&gt;ถึงตอนนั้นมันก็ไม่ทันแล้วล่ะครับ...&lt;br /&gt;เพราะความ"รัก"ไม่สามารถสร้างขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืนหรอก&lt;br /&gt;ถึงตอนนั้นก็ต้องมานั่งเสียใจว่า...ตอนนั้นน่าจะทำดีให้มากกว่านี้&lt;br /&gt;...ซึ่งเรื่องอย่างนี้ไม่เห็นจะดีตรงไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงอยู่ที่ว่า...เราควรหันกลับไปมองอดีตบ้าง แต่นั่นก็เพื่อเก็บเอาความผืดพลาดมาแก้ไขให้มันดีขึ้น&lt;br /&gt;เอาอดีตมาเป็นบทเรียน..เพื่อที่มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นซ้ำสองอีกไม่ใช่เหรอ&lt;br /&gt;...นี่น่าจะเป็นประโยชน์ของการกลับไปมองอดีตที่ผ่านมาแล้ว&lt;br /&gt;แต่ถ้าเราจะเอาอดีตมาทนทุกข์และหลอกหลอนตัวเอง...&lt;br /&gt;(แต่แน่นอนว่า..ผมไม่ทุกข์และไม่หลอนหรอก...เพราะผมเต็มที่กับมันมาตลอดอยู่แล้วนี่นา)&lt;br /&gt;นอกจากจะไม่มีอะไรดีขึ้นมาแล้ว...ยังเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์&lt;br /&gt;...แทนที่จะเอาไปทำเรื่องดีๆให้มันเกิดขึ้น&lt;br /&gt;จะมาเสียเวลาจมอยู่กับอดีตทำไม..&lt;br /&gt;เชื่อเถอะครับ...ถ้าคุณทำสิ่งดีๆ ด้วยเจตนาที่ดี...&lt;br /&gt;ยังไงก็ตาม มันจะต้องเกิดผลดี ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง&lt;br /&gt;ถ้าเกิดชีวิตคุณดี คนรอบตัวคุณก็จะรู้สึกดีๆไปด้วย&lt;br /&gt;คนรอบตัวพวกเค้าก็จะรู้สึกดีไปอีกเป็นทอดๆ อย่างไม่รู้จบ&lt;br /&gt;อยากให้สังคมดี...เริ่มต้นง่ายๆที่ตัวคุณเองนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ความรัก"สำหรับผมมันไม่ใช่ว่าคุณจะต้องคบกับสิบปีถึงจะรักกันได้&lt;br /&gt;"ความรัก"&lt;br /&gt;มันเป็นเพียง"น้ำหล่อเลี้ยง"ที่จะช่วยกระตุ้นให้คุณ&lt;br /&gt;อยากจะทำแต่สิ่งดีๆให้กับคนที่คุณรัก&lt;br /&gt;เป็น"สายใย"ยึดเหนี่ยวให้คุณกลับมาง้อกันเวลาที่คุณทะเลาะ&lt;br /&gt;และ&lt;br /&gt;"ความรัก"&lt;br /&gt;อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้คุณมีความสุขสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นลม&lt;br /&gt;เห็นมั้ยครับ...&lt;br /&gt;ว่า"ความรัก"มันเป็นเรื่องที่ดีแค่ไหน&lt;br /&gt;มันทำให้โลกนี้น่าอยู่ขนาดไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น...อย่าไปกังวลกับ"ความรัก"ที่เป็นแค่ตัวหนังสือหรือแค่คำพูดเลยนะครับ&lt;br /&gt;ว่ามันจะทำให้คุณดูจริงใจหรือเปล่า...เป็นแค่คำพูดที่พร่ำเพรื่อหรือเปล่า&lt;br /&gt;ซื่อตรงกับความรู้สึกแล้วทำมันออกมาด้วยหัวใจของคุณ&lt;br /&gt;แค่นี้....ความสุขมันก็ปูพรมไปในทุกๆที่แล้ว&lt;br /&gt;"รัก"กันเข้าไปเถอะนะครับ&lt;br /&gt;(ยังไงมันก็ดีกว่ามานั่ง"ทุกข์"แน่นอน..เนอะ)&lt;br /&gt;(ยิ้ม)&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-7910171111104597463?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/7910171111104597463/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=7910171111104597463' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/7910171111104597463'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/7910171111104597463'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_3268.html' title='คำพูดคือพันธนาการ...จริงหรือ?'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-6799035989740197180</id><published>2008-01-04T20:21:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:38:21.575-06:00</updated><title type='text'>...วันแม่...</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันนี้เป็นวันแม่ครับ......&lt;br /&gt;โดยปกติแล้ว ผมไม่เคยได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อไปหาแม่เลย...&lt;br /&gt;...ด้วยภาระกิจ...&lt;br /&gt;...การงาน...&lt;br /&gt;...หรือบางครั้งไม่มีงาน แต่เป็นวันเดียวที่จะได้หยุดงานเพื่อหายใจบ้าง...&lt;br /&gt;ผมเลยแทบจะไม่ได้กลับไปบอกรักแม่เลย&lt;br /&gt;ใช้วิธีส่งข้อความพร้อมกับโทรไปบอกว่ารักและขอให้แม่มีความสุขมากๆ มีสุขภาพที่แข็งแรง และรวยๆๆๆๆแทน&lt;br /&gt;เพื่อนๆอย่าคิดว่ารูปแบบการกระทำเหล่านี้มันไม่สำคัญนะครับ&lt;br /&gt;หลายคนอาจบอกว่า...ไม่เห็นจำเป็น แค่เป็นคนดีก็พอแล้ว แม่ก็ดีใจแล้ว&lt;br /&gt;นั่นมันก็จริงอยู่...แต่เพื่อนๆลองคิดดูนะครับ&lt;br /&gt;เวลาที่แม่ต้องเดินไปเจอเพื่อนแม่ ที่กำลังปลื้มกับข้อความหรือกำลังโทรคุยกับลูกอย่างน่ารัก&lt;br /&gt;เป็นใครก็ต้องมีแอบเศร้าบ้างแล้วล่ะว่า...แล้วลูกฉันล่ะ&lt;br /&gt;แน่นอนว่าแม่เข้าใจคุณว่าคุณกำลังทำงานหนัก...คุณกำลังเหนื่อย...&lt;br /&gt;แม่เข้าใจคุณเสมอ...&lt;br /&gt;ฉะนั้น...ไอ้เวลาแค่ไม่กี่นาทีที่จะพิมพ์ข้อความแล้วก็โทรหา ไปบอกรักแม่เนี่ย&lt;br /&gt;ผมว่ามันคงไม่ได้กวนเวลาทำงานหรือเวลาพักผ่อนของคุณมากมายหรอกมั้งครับ&lt;br /&gt;(ทุกทีเห็นส่งข้อความ โทรคุยกะแฟนทีละหลายๆชั่วโมงก็ยังทำกันได้)&lt;br /&gt;นะครับ...ให้ความสำคัญกันหน่อย...นะนะ&lt;br /&gt;วันนี้คนเค้าบอกรักแม่กันทั้งประเทศ...คุณไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้นเหรอ...ช่ายมะ&lt;br /&gt;สำหรับผมแล้ว....ในวันนี้ผมจะทำอย่างนี้เป็นปกติทุกปี อย่างน้อยๆวันนี้แม่ก็จะสดชื่นที่สุด ยิ้มกว้างกว่าทุกวัน&lt;br /&gt;แต่มีอีกสิ่งหนึ่งนะ...ที่ผมอยากจะให้เพื่อนๆได้ลองทำกันดู...&lt;br /&gt;ผมจะทำเป็นประจำในวันที่ 1 มกราคม หลังจากใส่บาตรตอนเช้าเสร็จ&lt;br /&gt;นั่นคือการกราบเท้าพ่อกับแม่ แล้วขอพรผมทำติดต่อกันมาห้าปีแล้ว&lt;br /&gt;ซึ่งนั่นหมายความว่า...ก่อนหน้านี้ก็ผมเขินและไม่กล้าเหมือนกับเพื่อนๆทุกคนนั่นแหละครับ&lt;br /&gt;นั่นมันอาจเป็นเพราะคนไทยเรามีการแสดงออกเรื่องความรักในครอบครัวค่อนข้างน้อย&lt;br /&gt;ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ..ใครๆก็เป็น(คุณพ่อของผมยังไม่กล้าบอกรักย่าเลย เหอๆๆๆ)&lt;br /&gt;แต่ผมมาเริ่มเปลี่ยนความคิดก็ตอนที่ ได้ไปเห็นภาพเพื่อนของผมคนนึงกำลังก้มกราบเท้าคุณพ่อของเค้าที่เพิ่งเสียไป&lt;br /&gt;มันพูดด้วยน้ำตาว่า...นี่คือครั้งแรกที่เค้าได้กราบเท้าพ่อตัวเองและที่น่าเศร้าก็คือ....มันเป็นครั้งสุดท้ายซะแล้ว&lt;br /&gt;ตั้งแต่นั้นมา...&lt;br /&gt;ผมก็เลยเปลี่ยนความคิด...&lt;br /&gt;เช้ามืดวันปีใหม่..ผมขับรถออกไปซื้อพวงมาลัยสวยๆมารอไว้&lt;br /&gt;ลากน้องชายตัวเองออกมาจากที่นอน แล้วเตี๊ยมกันไว้&lt;br /&gt;พอออกไปใส่บาตรตอนเช้ากลับมา...ก็เริ่มเลย&lt;br /&gt;ทีแรกพ่อกับแม่ก็งงๆครับ...เพราะผมบอกว่าให้มานั่งเรียงกันบนโซฟา(ใครก็ต้องงงแหละ...นี่มันครั้งแรกนี่นา)&lt;br /&gt;แล้วผมกับน้องก็เข้าไปนั่งข้างหน้าแล้วก็ก้มกราบที่เท้า...เล่นเอาพ่อผมสะดุ้งเลยครับ เหอๆๆๆๆ&lt;br /&gt;ทั้งพ่อและแม่ทำตัวไม่ถูก ดูออกว่าเขินมาก แต่พ่อก็เนียน แม่ก็เนียน ทำเป็นหน้านิ่งๆยิ้มๆ(พ่อกับแม่ไม่รู้หรอกครับว่าผมกับน้องก็โคตรเกร็งและเขินเลย)&lt;br /&gt;ในจังหวะที่มือของเรากราบไปแทบเท้าของพ่อและแม่เนี่ย...มันแปลกอย่างครับ...&lt;br /&gt;ผมรู้สึกโล่ง...สบายใจ...เหมือนความทุกข์ทั้งหมดมลายหายไปสิ้น...มันรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลย&lt;br /&gt;วินาทีนั้น...ผมอยากให้เวลาหยุดเดิน...แล้วค้างไว้อย่างนั้น...มันรู้สึกดีมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไงอ่ะครับ(พิมพ์ไปก็น้ำตาไหลไป...เหอๆๆๆ)&lt;br /&gt;มาได้สติอีกที ก็ตอนที่มีมืออันแสนอบอุ่นลูบลงมาที่หัว....มันอบอุ่นมากๆๆๆ...รู้สึกเหมือนกำลังใจมันเต็มเปี่ยม หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย&lt;br /&gt;แล้วผมกับน้องก็เงยหน้าขึ้นมารับพรจากพ่อและแม่....แล้วก็กอดกันนิดนึง&lt;br /&gt;ไอ้จังหวะกอดนี่แหละครับ ผมน้ำตาไหลเลย เหมือนเด็กที่ถูกเพื่อนแกล้งมากอดเพื่อให้โอ๋เลย แต่ไม่ได้ร้องออกมานะครับ&lt;br /&gt;มันทำให้รู้ว่า นี่แหละคือคนที่เข้าใจเราตลอดเวลาและเข้าใจเราทุกเรื่อง&lt;br /&gt;เชื่อมั้ยครับว่า....&lt;br /&gt;วันนั้นทั้งวัน...เรายิ้มกันทั้งบ้าน&lt;br /&gt;พ่อกับแม่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ...ซึ่งไม่ต่างจากผมกับน้องเลย&lt;br /&gt;จากนั้นมา...&lt;br /&gt;ผมก็ทำแบบนี้มาทุกปี...ทำเพราะอยากทำ...ไม่ใช่ทำเพราะต้องทำ....&lt;br /&gt;กำลังใจดีๆที่ทำให้เรามีแรงสู้กับปัญหาที่ถาโถมตลอดทั้งปีก็มาจากตรงนี้แหละครับ&lt;br /&gt;เห็นมั้ยครับว่า...บางทีเรื่องแค่นี้...มันก็ให้ผลดีมากมายกว่าที่ทุกคนคิด&lt;br /&gt;ในชีวิตเราต้องใช้ความกล้ามามากมายหลายเรื่องแล้ว ดีบ้างเลวบ้างแตกต่างกันไป&lt;br /&gt;แต่ทั้งหมดนั่นมันก็แค่เพื่อตัวคุณเอง....&lt;br /&gt;งั้นคราวนี้มาลองใช้ความกล้าที่คุณมีอยู่แล้ว...มาทำให้คุณพ่อและคุณแม่ของคุณมีความสุขกันดีกว่านะครับ&lt;br /&gt;ลองกันดูนะครับ...ไม่มีผลเสียหรอก เชื่อผม&lt;br /&gt;แล้วคุณจะรู้ว่า...คุณและครอบครัวคุณ สามารถ"รัก"กันได้อย่างน่าอิจฉาแค่ไหน&lt;br /&gt;เนอะๆๆ....&lt;br /&gt;(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.วันนี้ขอเล่าเรื่องราวดีๆในวันแม่และก็เรื่องความรักในครอบครัวให้ทุกคนยิ้มดีกว่าเนอะ...&lt;br /&gt;เพราะเรื่องอื่นๆ มันไม่มีใครมารู้ดีเท่าเราหรอก...ใช่มั้ยคะ...ดันขึ้นทุกวี.....ดีขึ้นทุกวัน.....&lt;br /&gt;และอีกอย่าง...วันนี้เป็นวันพ่อ...ด้วยล่ะ(ยิ้ม)(ที่จริงก็เป็นวันพ่อมาได้พักนึงแล้ว) และคงจะเป็นวันพ่อทุกวัน ตลอดไป.....(เหอๆๆๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เก็บตก:พอดีดูหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง ที่ตัวละครมันเอาแต่พูดว่า"ฟัก....."เต็มไปหมดทั้งเรื่อง ทุกอย่างมันช่างดูโหดร้าย&lt;br /&gt;ก็เลยคิดว่ามันจะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะเปลี่ยน"ฟ"ให้กลายเป็น"ร"ซะ เรื่องราวมันคงหวานซึ้งน่าติดตามกว่าเยอะเลยเนอะ..เหอๆๆ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-6799035989740197180?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/6799035989740197180/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=6799035989740197180' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6799035989740197180'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6799035989740197180'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_7876.html' title='...วันแม่...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-1708756753484747995</id><published>2008-01-04T20:18:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:50:07.256-06:00</updated><title type='text'>ชีวิตนึงเกิดมาแล้ว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ชีวิตนึงเกิดมาแล้ว.....&lt;br /&gt;ต้องใช้มันให้เต็มที่..และรู้จักใช้อย่างคุ้มค่า...&lt;br /&gt;ถ้าคิดว่ามันคุ้ม...(คุ้มหรือไม่คุ้ม..ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเราเอง)&lt;br /&gt;ก็ทำไป...อย่าท้อ...&lt;br /&gt;แน่นอนว่าอุปสรรคคงมากมายนัก...&lt;br /&gt;แต่ผลลัพธ์ที่ปลายทาง...มันก็หอมหวานและเป็นสิ่งที่เราต้องการที่สุดมิใช่หรือ&lt;br /&gt;เราอาจจะเสียใจกว่านี้มั้ย...ถ้าไม่เลือกที่จะทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายครั้ง หลายคราว ที่ไม่มีใครมาเข้าใจ...&lt;br /&gt;เพราะธรรมชาติของคน มักเลือกมองแต่ที่ผลตอนสุดท้าย...เสมอ&lt;br /&gt;ไม่มีใครมาร่วมรับรู้กับเราหรอกว่า...ที่ผ่านมา...&lt;br /&gt;เราเจอกับอะไรมาบ้าง...&lt;br /&gt;ไม่มีใคร...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเรื่องที่เค้าไม่เห็นด้วย มันกลายเป็นดีในที่สุด...&lt;br /&gt;...อย่างมากก็คงได้แต่พูดว่า...&lt;br /&gt;...เรามองนายผิดไปจริงๆ...ไม่น่าเชื่อเลย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าเป็นเรื่องเดียวกัน......แต่มันล้มเหลว&lt;br /&gt;คนเหล่านั้นก็คงได้แต่พูดว่า...&lt;br /&gt;ก็เราบอกนายแล้ว....นายไม่ฟัง&lt;br /&gt;แล้วตอนนี้จะไปโทษใคร...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะโทษใครล่ะ...ไม่เห็นมีใครต้องโทษเลย&lt;br /&gt;ในเมื่อการตัดสินใจมันเกิดจากเราเอง...&lt;br /&gt;เราก็ต้องยอมรับมันเอง...&lt;br /&gt;ไม่เห็นจะต้องไปมองหาเลยว่า...จะโทษใครดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะอะไร หลายคนถึงชอบไปตัดสินคนอื่นว่า...ดี..หรือ...ไม่ดี&lt;br /&gt;ทำไมคนเหล่านั้น..ถึงได้คิดว่า...ตนจะฉลาดรอบรู้ถึงขนาดไปหยั่งรู้จิตใจของคนอื่นได้&lt;br /&gt;แล้วไอ้ที่รู้...คิดว่ารู้จริงๆได้ยังไง...อะไรทำให้มั่นใจขนาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แค่ภาพๆเดียวคนสองคนก็ยังมองแล้วรู้สึกต่างกันเลย&lt;br /&gt;โดยรวมอาจดูคล้าย..แต่ในรายละเอียดนั้น..มันแตกต่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะคนเราจะสะท้อนความรู้สึกออกมา โดยอาศัยกระบวนการกลั่นกรองในอดีต ว่าอะไรที่มันดี"สำหรับเค้าบ้าง"&lt;br /&gt;หรือ"ไม่ดีกับเค้าบ้าง"เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปของเค้าเอง&lt;br /&gt;ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่า...&lt;br /&gt;ความคิดแบบนั้นมันจะดีหรือไม่ดีกับคนอื่นเสมอไป...&lt;br /&gt;ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับพื้นฐานในอดีตของแต่ละคน...ว่าแตกต่างกันแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่น คนที่ผิดหวังกับความรักซ้ำซาก อาจบอกว่าความรักเป็นยาขม ซึ่งนั่นมันก็จริง"สำหรับเค้า"&lt;br /&gt;แต่สำหรับคนที่มีความสุขกับรักที่สดใสอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องมองว่า ไม่ว่ามุมไหน"รัก"ก็เป็นเรื่องที่แสนดี"สำหรับเค้า"เสมอ&lt;br /&gt;แน่นอนว่า สองคนนี้คุยกันไม่ได้...เพราะคิดไม่ตรงกัน แต่ก็ไม่มีใครผิดและไม่มีใครถูก ต่างคนต่างเจอสิ่งที่แตกต่างกัน&lt;br /&gt;เพราะงั้นถ้าไม่ทำใจให้เป็นกลาง...ก็ไม่มีวันที่เข้าใจ จิตใจของคนอื่นหรอกครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น...เราไม่สามารถเอาความรู้สึกของเราไปเป็นบรรทัดฐานบอกกล่าวกับคนอื่นได้หรอกครับว่า"ดี"หรือ"ไม่ดี"&lt;br /&gt;..อย่างมากก็ทำได้แค่ ให้ข้อมูลในอีกมุมมองนึงเท่านั้น ว่าไอ้ที่เราโดนเป็นยังไง...&lt;br /&gt;ถือเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติม..เพื่อใช้ในการตัดสินใจ...ก็เท่านั้นเอง&lt;br /&gt;อย่าคาดหวัง...อย่าโน้มน้าว...&lt;br /&gt;เพราะนั่นคุณกำลังจะให้อีกคนนึงมาเชื่อในสิ่งที่คุณกำลังคิดไปคนเดียว&lt;br /&gt;ซึ่ง...นั่นมันไม่ดีเลย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนที่โตขึ้นและคิดเองได้แล้ว...ควรจะต้องยอมรับกับการตัดสินใจของตัวเองให้ได้...&lt;br /&gt;เพราะนั่น...มันแสดงถึงวุฒิภาวะของการเป็นมนุษย์&lt;br /&gt;ที่จะค่อยๆทำให้ได้เรียนรู้ว่า...อะไรเหมาะกับเค้าที่สุด...อะไรควรทำที่สุด&lt;br /&gt;การที่เราไปบังคับให้เค้าต้องตัดสินใจตามเรา...นั่นถือเป็นเรื่องที่แย่(การพูดกดดัน ก็ถือเป็นการบังคับทางอ้อม)&lt;br /&gt;เพราะในที่สุดถ้ามันพลาดขึ้นมา....เค้าจะไม่เหลืออะไรเลย&lt;br /&gt;เพราะเค้าเชื่อคุณ...(เชื่อเพราะไว้ใจคุณ...ว่าคุณคงคิดดีแล้ว...และรู้อะไรดีแล้ว)&lt;br /&gt;แต่มันก็พลาด...คุณคิดพลาด&lt;br /&gt;คุณก็จะมีคำพูดอันสวยหรูไว้แก้ต่างเสมอว่า...&lt;br /&gt;เราไม่คิดว่านายจะ......ขนาดนี้&lt;br /&gt;(ถ้าไม่รู้แล้วจะมาโน้มน้าวให้เชื่อหาอะไรวะ!!!!!!)...เสมอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามสุดท้าย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเค้าจะทำยังไง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้กลายเป็นคนโง่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โง่ตั้งแต่เริ่มเชื่อ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ทั้งๆที่เวลาประเมินว่าดีหรือไม่ดี เค้าก็ใช้ใจตัวเองประเมิน.....เพราะเค้ารู้ดีที่สุดว่าเค้ารู้สึกยังไง)&lt;br /&gt;(แต่ก็กลับไปเชื่อคนอื่น...ที่ต่อให้รู้มากยังไง ก็ไม่มีทางจะรู้มากเท่าตัวเค้าเองหรอก...ซะงั้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอน...โทษใครไม่ได้หรอกครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องโทษตัวเอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ไปเชื่อเค้าเองนี่นา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมบอกแล้วไม่เชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ไม่ต้องเชื่อผมนะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เหอๆๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-1708756753484747995?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/1708756753484747995/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=1708756753484747995' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1708756753484747995'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1708756753484747995'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_7573.html' title='ชีวิตนึงเกิดมาแล้ว'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-5813057453067300888</id><published>2008-01-04T20:15:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:40:02.567-06:00</updated><title type='text'>สมองปรู๊ดด เพราะดูดหู</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;เหอๆๆๆๆ ...เมื่อไม่กี่วันมานี้..&lt;br /&gt;ผมเพิ่งไปซื้อหูฟังคู่ใหม่ เอามาไว้ดูหนัง ฟังเพลงจากโทรศัพท์ เวลาที่ต้องเดินทางไกล&lt;br /&gt;นอกจากจะใช้เดินทางแล้ว ก็ยังใช้ฟังเวลาที่วิ่งออกกำลังตอนเย็นด้วยเป็นบางครั้ง&lt;br /&gt;ผมซื้อมาจากมาบุญครอง...คู่ละเกือบห้าร้อยบาท(จริงๆแล้วราคานี้ก็ไม่ได้ถูกนะเนี่ย)&lt;br /&gt;เป็นหูฟังแบบ"อิน เอียร์"(หรือแบบที่เป็นจุกยางยัดเข้าไปในหูนั่นเอง)ของโซนี่&lt;br /&gt;ตอนทดสอบเสียง...อืม..คุณภาพเสียงก็อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างใช้ได้นะ&lt;br /&gt;ดี ดี ดี ทุกอย่างดูเหมือนจะดี จะราบรื่น จนมาวันหนึ่ง...&lt;br /&gt;วันที่ผม...ลองเอามันมาฟังเพลงจากโน๊ตบุ๊ค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม....เสียงดีครับ...เสียงใสเชียว...เสียแต่ว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....มันดูดหูผมครับ!!!!!!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม...ฟังแล้วหลายท่านอาจจะนึกไปถึงฉากอีโรติกในหนังหลายเรื่อง&lt;br /&gt;..ที่พระเอกกับนางเอกกำลังโรมรันพันตู ดูดหูกันอย่างดื่มด่ำ(ไม่เกรงกลัวขี้หูกันเล๊ยยยย)&lt;br /&gt;ไม่ใช่ครับ!!!!...(ขอโทษที่ต้องทำลายมโนภาพของท่านที่กำลังเคลิ้ม...แหม่ ตาลอยเชียวนะ)&lt;br /&gt;ไอ้ที่ดูดหูผมน่ะ...ไม่ได้หมายถึงว่า หูฟังมันเกิดมีชีวิตแล้วมาพิศวาทใบหูน้อยๆของผมจนอดใจไม่ได้หรอกนะครับ&lt;br /&gt;แต่ไอ้ที่มันดูดอ่ะ คือ "ไฟฟ้า"ครับ ไฟฟ้าที่วิ่งมาตามสายที่เสียบเข้าโน๊ตบุ๊คนั่นแหละครับ&lt;br /&gt;ดูดได้ดูดดี...ไม่ยอมหยุดเลย...&lt;br /&gt;ส่วนผมน่ะเหรอครับ...ก็ตกอยู่ในสภาพจำยอม ไม่มีทางขัดขืนได้(เสียวแปล๊บๆที่ใบหูตลอดเวลา) ต้องปล่อยให้ไอ้ไฟเจ้ากำดูดอย่างเมามัน&lt;br /&gt;เหอๆๆๆ...ไอ้ครั้นจะทิ้ง แล้วไปซื้อใหม่ก็เสียดายตังค์(ตั้งห้าร้อยแน่ะ...เอาไปเลี้ยงถั่วแปบวังหลังน้องดีก่า)(ที่สำคัญเพิ่งจะซื้อมาแท้ๆเลย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเลยลองแก้ปัญหาที่ตัวเองดู....โดยคิดในมุมกลับดูบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม..จะว่าไปตั้งแต่เกิดมา ผมก็ยังไม่เคยโดนไฟดูดหูซักที อืม...ไม่แน่นะ มันอาจจะมีความหฤหรรษ์ที่เราไม่รู้ซ่อนอยู่ก็ได้...ใครจะรู้&lt;br /&gt;ก็เลยเลือกที่จะลองซะก่อน....&lt;br /&gt;แต่ลองได้ซักพัก..อืม...เริ่มไม่ไหวแฮะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ดูมันจะหฤหรรษ์ตลอดเวลาเลย(เหอๆๆๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาวะ...ตัดใจซื้อใหม่แล้วกัน....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(แต่แล้ว...ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม...การที่จะซื้อใหม่เนี่ย..มันง่ายนิดเดียว ทำเมื่อไหร่ก็ได้&lt;br /&gt;เราจะไม่ลองแก้ปัญหาดูก่อนเหรอ...ธรรมชาติสร้างสมองมนุษย์ให้คิดแก้ปัญหาเป็น...ต่างจากสัตว์อื่น&lt;br /&gt;จะไม่ใช้คุณสมบัติอันแสนวิเศษนี้ก่อนเหรอ...&lt;br /&gt;ถ้าไม่เวิร์ค...ก็ค่อยไปซื้อใหม่ก็ได้นี่นา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม...จริง....นั่นสินะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้น..ผมเลยเริ่มมาดูที่ปัญหา ว่ามันดูดหูผมเพราะอะไร&lt;br /&gt;อืม...เพียงแค่แว๊บเดียวที่เอาปัญหามานั่งวิเคราะห์...&lt;br /&gt;...ในที่สุดผมก็รู้สาเหตุแล้ว ผมได้คำตอบแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คือ ในรูปแบบการดีไซน์ของหูฟัง มันมีส่วนที่เป็นโลหะเปลือยอยู่เพื่อเพิ่มความสวยงาม และเป็นจุดที่ไม่มีฉนวน&lt;br /&gt;ไฟมันเลยเล็ดลอดออกมาจากบริเวณนั้น...แค่นั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีแก้ก็แค่...ทำยังไงไม่ให้ส่วนนั้นมันมาโดนหูผม...แค่นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเรามีสองทางเลือกคือ...&lt;br /&gt;หนึ่ง...ใส่แบบไม่ให้ส่วนนั้นโดนหู(อืม...ฟังดูยากจัง...ใส่หูฟังแบบไม่ให้โดนหู...ดูเป็นบทกวียังไงไม่รู้)&lt;br /&gt;และสองคือ หาอะไรมาปิดมันไว้ซะ (อืม..จะยากมั้ยเนี่ย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางเลือกแรกดูยุ่งยากและไม่ถาวรเกินไป ผมเลยเลือกทางที่สอง...นั่นก็คือ หาอะไรมาปิดมันซะ ไม่ให้มันโดนหูผมได้อีก...&lt;br /&gt;แต่จะทำยังไงล่ะ...ไม่ให้มันดูน่าเกลียด...อืม...ไม่ยาก(ต้องคิดว่าไม่ยากไว้ก่อนนะครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(พื้นฐานของการคิดอย่างสร้างสรรค์ คือ ต้องคิดว่าคำตอบที่ดีนั้นมีอยู่มากมาย เราแค่ต้องมองมันให้เห็น และเลือกเอาคำตอบที่เหมาะสมที่สุดมาใช้ ..เท่านั้นเอง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่เรียนมาสายออกแบบ....นี่เลยไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก&lt;br /&gt;เอาความรู้เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์มาใช้...บวกกับวัตถุดิบที่มีอยู่รอบตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหอๆๆ......แล้วในที่สุดผมก็ได้หูฟังคู่ใหม่ที่ไม่ดูดแล้ว ที่ทำจากหูฟังจอมดูดอันเดิมบวกกับเทปกาวอีกนิดหน่อย ที่หน้าตาพอใช้ได้ทีเดียว แถมไม่ต้องไปเสียเงินซื้อใหม่อีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ถือเป็นชัยชนะของเราเชียวนะครับ...ที่แก้ปัญหาได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นมั้ยครับว่า...สมองคนเรามีศักยภาพมากมายขนาดไหน&lt;br /&gt;ยิ่งเวลาที่เจอปัญหาด้วยแล้วล่ะก็...ถ้าเกิดเราเอาชนะมันไปได้นะครับ..สมองของคุณก็จะยิ่งเก่งขึ้นไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น เวลาที่เจอปัญหาไม่ว่าเรื่องอะไร ใหญ่หรือเล็ก ก็ให้คิดอยู่เสมอว่า มันมีทางแก้อยู่แล้วนะครับ&lt;br /&gt;เพียงแค่นี้เราก็ไม่ต้อง"หา"ทางแก้อีกต่อไป&lt;br /&gt;...เราแค่จะต้อง"เลือก"ทางแก้ที่มันดีที่สุดเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำไว้นะครับ...แค่"เลือก"เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ง่ายๆเพียงแค่นี้เอง...ชัยชนะมันก็จะอยู่ข้างๆคุณตลอดไปแล้วครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...สู้ๆกันเข้าไว้นะครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ขอพลังจงสถิตย์อยู่ในตัวทุกคนครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...(ยิ้ม)...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหอๆๆ....ถั่วแปบนุ่มลิ้น....หอมกลิ่นมะพร้าวฝอยคละเคล้ากับถั่วเหลืองสดใหม่&lt;br /&gt;เรียกน้ำย่อยได้ดีจริงๆๆ....เง้อออออออออออออออออออออออออออออออ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปวิ่งกั๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนน....(จากโครงการ ว.พ.ก.น.ป.)(ย่อมาจาก)(โครงการ วิ่งเพื่อกำจัดนมเนยและถั่วแปบ)(เหอๆๆๆ)(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-5813057453067300888?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/5813057453067300888/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=5813057453067300888' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/5813057453067300888'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/5813057453067300888'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_949.html' title='สมองปรู๊ดด เพราะดูดหู'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-4810941590230193712</id><published>2008-01-04T20:13:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:40:23.924-06:00</updated><title type='text'>รับรองได้ ว่าพวกเราไม่ทำร้ายคน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;มีคนเคยบอกว่า...&lt;br /&gt;ก่อนที่เราจะออกกำลังกาย....&lt;br /&gt;การที่เราจะทานอาหารเบาๆซักประมาณ 30 นาที&lt;br /&gt;จะช่วยให้เราไม่เหนื่อยจนเกินไปนัก...&lt;br /&gt;ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า..เป็นข้อเท็จจริงประการใด&lt;br /&gt;....ด้วยความที่เรียนมาทางสายวิทยาศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจึงไม่ยอมให้ความสงสัยนั้นอยู่นิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปกติแล้วผมจะไปวิ่งที่สวนลุมพินีกับน้องรักเป็นประจำทุกเย็น&lt;br /&gt;วิ่งวันละสองรอบ ได้ระยะประมาณ 5 กิโลเมตร(อ้างอิงจากตัวเลขบอกระยะที่พ่นไว้ที่พื้น)&lt;br /&gt;ถือว่าเป็นระยะทางที่ไม่มากและก็ไม่น้อยจนเกินไปนัก...&lt;br /&gt;...แต่ผมอยากวิ่งได้มากกว่านี้...อยากทำระยะให้ได้มากกว่านี้..เลยลองปรึกษาน้องดูว่า...&lt;br /&gt;เห็นว่า...ถ้าเราทานอาหารก่อนเราจะเหนื่อยน้อยลง..&lt;br /&gt;ซึ่งถ้าสมมติฐานนี้ถูกต้อง...ถ้าเกิดผมกินอาหาร..แล้ววิ่งให้เหนื่อยเท่าเดิม&lt;br /&gt;...มันน่าจะได้ระยะทางที่มากขึ้น...ช่างสมเหตุสมผลดีแท้&lt;br /&gt;ผมกับน้องมีความเห็นตรงกัน....อื้อออออออออออออ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะรออะไรล่ะ...คำตอบรออยู่ตรงหน้าแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เย็นนั้น...ผมจัดแจงไปซื้ออาหารเบาๆมาสองอย่าง...&lt;br /&gt;..นั่นคือ...ถั่วแปบและขนมต้มวังหลังอันเลื่องชื่อ(ของโปรดน้องผม)&lt;br /&gt;ซื้อมาอย่างละกล่อง...ได้อาหารเบาๆสมใจ&lt;br /&gt;พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นชุดเตรียมวิ่งอย่างทรหด ดูเป็นนักกีฬาแสนเท่&lt;br /&gt;แล้วก็ตรงดิ่งไปที่สวนลุมทันที....&lt;br /&gt;สภาพโดยรวม..เราสองคนดูเป็นนักวิ่งที่ดูดีใช้ได้...อาจเพราะพอจะมีทักษะด้านกีฬากันอยู่บ้าง&lt;br /&gt;จะแปลกก็ตรงที่...&lt;br /&gt;เสื้อผ้าก็นักกีฬา...รองเท้าก็นักกีฬา...แต่ดันถือถุงที่ใส่ถั่วแปบและขนมต้มกล่องใหญ่ พร้อมกับน้ำเปล่าอีกหนึ่งขวด&lt;br /&gt;ขัดตาพิลึก...แต่เราก็ไม่ใส่ใจ...ใช่สิ..ก่อนที่กาลิเลโอจะได้รับการยอมรับก็ต้องยอมถูกมองว่าแปลกมาก่อน...อื้อออ&lt;br /&gt;เราจึงตกลงกันว่าวันนี้ จะกินอาหารกันก่อน แต่ยังไม่รู้ว่าจะกินตอนไหนและกินยังไง&lt;br /&gt;ใจผมทีแรกกะว่า...จะเดินวอร์มก่อนหนึ่งรอบ..เพื่ออุ่นเครื่อง...แล้วก็กินกันไประหว่างทาง...&lt;br /&gt;น่าจะเป็นการกินไปย่อยไป...ดูเข้าท่าดี&lt;br /&gt;แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องผมก็หันมาถามว่า....เราจะไม่กินกันก่อนเหรอ พี่ปอนด์?(ตาใสปิ๊ง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม...(ผมครุ่นคิด)&lt;br /&gt;...น้องเรานี่ใช้ได้แฮะ...คงอยากรู้คำตอบของเรื่องข้างต้นเอามากๆ...ถึงกับไม่รอเดินก่อนซักรอบ....สมกับที่เรียนสายวิทย์มา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม...จ้ะ...กินกันก่อนก็ดีเหมือนกัน(ผมพูดพร้อมแสดงท่าทางเห็นด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลยคิดว่าเราน่าจะนั่งกินกันบนเก้าอี้ยาวสีเขียวข้างทาง...(ใครเคยไปสวนลุมฯคงจะนึกออก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดูน้องผมจะใจร้อนกว่านั้น...บอกว่าไปนั่งตรงนั้นดีกว่ามั้ย พี่ปอนด์? พลางชี้มือไปที่ม้านั่งรอบกระบะต้นไม้รูปวงกลม แล้วก็เดินนำไปก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....โอว...น้องผมช่างมีความตั้งใจจริงเสียเหลือเกิน...ทำอะไรต้องทำจริงสินะ...จะบอกพี่อย่างนี้ใช่มั้ย..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอถึงที่หมาย..เรานั่งทั้งคู่นั่งหันหลังให้ถนน...ถนนที่มีแต่คนที่แต่งตัวแบบเรา..กำลังวิ่งอย่างมุ่งมั่น...เหงื่อโชกไปทั้งตัว&lt;br /&gt;แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราหวั่นไหว...กับการทดลองในวันนี้...เราเตรียมใจมาดี...&lt;br /&gt;นาทีนั้นผมกำลังจะหันไปหาผู้ร่วมอุดมการณ์...เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่กันและกัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพแรกที่ผมเห็น....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องรักของผม...กำลังค่อยบรรจงหย่อนถั่วแปบชิ้นเขื่อง เข้าไปในปากอย่างช้าๆ เงียบเชียบและแสนจะเยือกเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแค่ไม่กี่วินาที ถั่วแปบใหญ่ยักษ์นั้นกลับหายตัวไปในช่องมืด ขอบสีชมพูสด(หรือที่เราเรียกว่าปากนั่นแหละ)อย่างไม่มีวันหวนคืน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นน้องก็มองมาที่ผมด้วยตาที่เป็นประกายกว่าทุกวัน...พร้อมกับคำพูดปลุกใจให้ฮึกเหิม...ว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"..พี่ปอนด์.........................อร่อยอ่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม...ช่างเป็นกลุ่มคำที่สร้างกำลังใจดีแท้.....ผมแอบนั่งซึ๊งอยู่ลึกๆ&lt;br /&gt;แต่น้องรักของผมไม่ยอมหยุดความซาบซึ้งไว้แค่นั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เธอค่อยๆทยอยลำเลียงถั่วแปบแสนนุ่มชิ้นโตอีกหลายชิ้น เข้าไปที่ช่องทางเดิมอย่างใจเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองก็ทานเข้าไปบ้างเหมือนกัน...จนเราทั้งคู่รู้สึกว่า...อืม....น่าจะพอแล้วนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรายิ้ม...และสื่อสารกันด้วยตา......."ไปพิสูจน์สมมติฐานกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆหลุดลอยออกมา...เราทั้งคู่เรื่มออกวิ่ง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิ่ง...วิ่ง...และก็วิ่ง.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราวิ่งจนอยู่ในระยะที่แตกต่างจากทุกวัน.....ไม่น่าเชื่อ!!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....................ว่าเรา............."จุก".....................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่ปอนด์...น้องปวดท้องอ่ะ....น้องจุก" น้องผมทำหน้าเหยเก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อืม...ก็แน่นอนดิ...ซัดเข้าไปซะขนาดนั้น เอ๊ยยยยย....ไม่ใช่!!&lt;br /&gt;ผมหมายถึงว่า เราอาจวิ่งเร็วเกินไป ไม่สัมพันธ์กับอาหารที่อยู่ในท้องก็เลยจุก(เหอๆๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเลยตกลงกันว่าจะเดินสลับกับวิ่งไปเรื่อยๆ เพื่อให้ความจุกคลายลง แล้วค่อยวิ่งกันต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่นานนัก ความจุกเริ่มจางหาย เราก็เลยวิ่งกันได้อย่างปกติ&lt;br /&gt;และแน่นอนว่า...&lt;br /&gt;...วันนี้เราวิ่งได้มากกว่าเดิมหนึ่งกิโลเมตร!!!!....ไม่น่าเชื่อ!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากวิ่งเสร็จเราคุยกันถึงการทดลองวันนี้ว่า...สมมติฐานดังกล่าวนั้น น่าจะพอมีความเป็นไปได้จริง&lt;br /&gt;ผมและน้องมีความเห็นตรงกันว่า.......ถ้าจะให้ชัวร์เราควรต้องลองทดลองอีก แต่ต้องลองเปลี่ยนตัวแปร เพื่อหาอาหารที่เหมาะสมที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราจึงตัดสินใจว่า...ครั้งหน้า...เราจะไม่กินถั่วแปบกับขนมต้มอีกแล้ว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จะเปลี่ยนมาเป็น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...ปลาช่อนเผาเกลือกับไก่ย่างสักไม้"ท่าจะดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่จะลืมไม่ได้เลยคือ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวหน้า...ผมจะเอาเสื่อมาด้วย(เต็มที่กันไปเลย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ถ้าเกิดเพื่อนๆที่วิ่งอยู่ในสวนลุมฯ สังเกตุเห็นนักวิ่งสองคนที่แต่งตัวโคตรสปอร์ต กำลังนั่งซัดปลาช่อนกันอย่างดุดันและจริงจัง.....&lt;br /&gt;....ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ...นั่นล่ะ...คือ"พวกเรา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"....รับรองได้.....ว่าพวกเราไม่ทำร้ายคน"&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;...เหอๆๆๆๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-4810941590230193712?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/4810941590230193712/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=4810941590230193712' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4810941590230193712'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4810941590230193712'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_9528.html' title='รับรองได้ ว่าพวกเราไม่ทำร้ายคน'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-6062524903673222379</id><published>2008-01-04T20:10:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:40:47.498-06:00</updated><title type='text'>...ความห่วงใยที่ไร้ค่า...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;................ท่ามกลางบรรยากาศที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นกาแฟ...อบอวลและหอมสดชื่น...&lt;br /&gt;เพลงบรรเลงเบาๆ..แสงไฟสีส้มจาง..เพิ่มความอบอุ่น..ให้ทุกอณูของคนหลายคู่..อุ่นจนต้องยิ้มออกมาเต็มใบหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนนุ่มนิ่มนี้...&lt;br /&gt;...จู่ๆ..เสียงใสๆเสียงหนึ่ง...ก็พุ่งทะลุทะลวงแหวกม่านอากาศออกมาอย่างกระทันหัน....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........ไอ้..ตานกกระจิบ!! (ทำเสียงเล็กๆ และก็พูดเร็วๆ พร้อมกับหยีตาเล็กน้อย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........พี่ปอนด์..ตานกกระจิบ!! (ทำเสียงเล็กๆ และก็พูดเร็วๆ พร้อมกับหยีตาเล็กน้อยอีกครั้ง คราวนี้แก้มและมุมปากเริ่มโค้งขึ้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........ไอ้พี่ปอนด์......(ประโยคที่เหลือถูกดูดกลับเข้าไป เหมือนกับหาวที่ถูกกลืนกิน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไม่มีก้อนเสียงใดตามออกมาอีก...เหลือแต่เพียงรอยยิ้มที่กำลังจะพัฒนากลายเป็นหัวเราะอยู่บนใบหน้า พร้อมกับสายตาที่ฉ่ำเพราะขำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมหยุดข้อความเหล่านั้นด้วยความเอ็นดู....ด้วยคำน่ารักๆ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ไอ้อ้วน....ไอ้แก้มย้อยยยยย.....ไอ้แขนลาย.......ไอ้.......(ช่างเป็นกลุ่มคำที่น่ารักเสียจริง)(ผมยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เหอๆๆ.....มีแต่รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของเราทั้งคู่....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.......................เหอๆๆ...ตลกว่ะ............................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรยากาศดูสนุก...ดูน่ารัก...ดูตลกและน่าสบายใจ...รอยยิ้มโปรยไปทั่วร้าน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนไม่น่าเชื่อว่า..ก่อนหน้านี้แค่ไม่กี่นาที....บรรยากาศที่แสนอึมครึมและมืดครึ้มจะเข้ามาปกคลุมเรา...............................................จนพูดกันไม่ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางครั้ง...การเราห่วงใครอีกคนมากเกินไป....ก็อาจทำให้อีกฝ่ายรำคาญได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางที...การเชื่อในคำพูดของเค้า(คนที่เรารัก)....อาจสำคัญกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะนั่นมันคือการเชื่อใจ...ซึ่งถือเป็นการแสดงความห่วงใยและให้เกียรติกันทางหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะมีประโยชน์อะไร...ถ้าการห่วงของเรากลับเป็นตัวทำลายบรรยากาศดีๆที่กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำให้คนที่เรารักกลับรู้สึกแย่...แทนที่มันจะดี....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นถือเป็นการกระทำที่ล้มเหลว...เป็นความห่วงใยที่ไร้ค่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ควรให้มันเกิดขึ้นอีก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเรื่องแบบนี้.....ไม่ได้ให้ผลดีกับใครเลย.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.......................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-6062524903673222379?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/6062524903673222379/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=6062524903673222379' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6062524903673222379'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6062524903673222379'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_133.html' title='...ความห่วงใยที่ไร้ค่า...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-4723152353930540422</id><published>2008-01-04T20:08:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:41:18.929-06:00</updated><title type='text'>..."ความรัก"...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;...."ความรัก"....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็คือรูปแบบหนึ่งของ"ความเข้าใจ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...."ความรัก"....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างสองสิ่ง หรือบางทีอาจมากกว่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...."ความรัก"....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเสมือนน้ำยาประสาน ที่คอยเชื่อมโยงของสองสิ่งนั้นๆให้เข้าใกล้กันมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...."ความรัก"....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเหมือนโอสถอันแสนวิเศษที่คอยบำรุงรักษาหัวใจให้ชุ่มชื้น มีกำลังวังชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ...."ความรัก"....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มักจะทำให้ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวสวยงามขึ้นเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเราจะเปรียบคนสองคน ให้เป็นเหมือนเส้นตรงสองเส้น มีระยะห่างระหว่างกัน&lt;br /&gt;(คล้ายๆกับเลขสิบเอ็ด ....."l l".... ในการเขียนแบบอารบิค)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระยะห่างนั้น...คงเปรียบเสมือนความแตกต่างระหว่างทั้งคู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ต่างคนก็ต่างไม่เหมือนกัน....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และไม่มีทางเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าวันใดวันนึง....ที่ทั้งสองเส้นเกิดมองตาแล้วรู้ใจ(ตาใส..ปิ๊งๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากจะเริ่มต้นปฐมบทของความสัมพันธ์ระหว่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เส้นทั้งสอง...ก็จะขยับเท้าเข้าหากัน...จนมายืนอยู่บนจุดเดียวกันในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่...ยังเว้นระยะช่วงบนไว้ดังเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพราะด้วยความต่างที่มากมาย จึงทำให้ยังไม่สามารถที่จะหลอมรวมกันเป็นเส้นตรงเส้นเดียวได้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และไม่มีวันที่จะเป็นเส้นเดียวกันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงนี้...เส้นตรงทั้งสองจึงมีรูปร่างคล้ายกับตัววี ...."V" ....ในภาษาอังกฤษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อจากนี้ไป...ถ้าทุกอย่างราบรื่น...คุยกันดี...คุยรู้เรื่อง...เห็นอกเห็นใจกัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำแต่เรื่องดีดี...ให้กัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ปลายเส้นของตัววีทั้งสองข้าง ก็จะเริ่มโค้งเข้าหากัน....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจะมาเจอกันในที่สุด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ...ก่อเกิด"ความเข้าใจ"กันและกันในหัวใจของค่นทั้งคู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;......................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;........ในท้ายที่สุด...........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลายด้านบนของเส้นทั้งสองก็จะมาบรรจบกันอย่างเหนียวแน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเราก็จะได้...รูปหัวใจที่เอิบอิ่ม...พร่างพรายไปด้วยความรักที่มีให้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........""...........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนี่แหละ...ที่เรียกว่า...........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;............"รัก"............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนกันทุกสิ่ง...ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจกันทุกอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพียงแค่รู้จัก"เว้นที่"ไว้สำหรับความแตกต่างบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อเอาไว้ ...ปรับ..เปลี่ยน... ให้อีกคนได้รู้ว่า..เรารักเค้ามากแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพียงเท่านี้เราก็สามารถมีรักที่อบอุ่นอย่างที่ใครๆต้องอิจฉาได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;................................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณจะเดินเร็วแค่ไหนก็ได้ นั่นมันไม่สำคัญ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแค่คุณรู้จักที่จะชะลอ...เพื่อให้คนที่คุณรักตามทัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...นั่นต่างหากที่สำคัญที่สุด....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...........เนอะๆ..............&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-4723152353930540422?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/4723152353930540422/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=4723152353930540422' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4723152353930540422'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4723152353930540422'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_8772.html' title='...&quot;ความรัก&quot;...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-471792535965345371</id><published>2008-01-04T20:06:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:42:18.069-06:00</updated><title type='text'>7 ข้อหล่อเลี้ยงรัก</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;...คุณรู้มั้ยครับว่า......เวลาที่เรารักใครแล้ว......สิ่งที่เราควรทำที่สุดคืออะไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...พอจะเรียบเรียงได้ซักเจ็ดข้อ...ลองมาดูกันนะครับ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่หนึ่ง&lt;br /&gt;ทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เค้ามีความสุข และยิ้มได้ในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่สอง&lt;br /&gt;อย่าปล่อยให้เค้าเหงาและร้องไห้อย่างลำพังและโดดเดี่ยว จงจำไว้ว่าความเหงาและน้ำตาของคนที่คุณรักคือสิ่งที่บอกว่าคุณยังทำดีไม่พอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่สาม&lt;br /&gt;อยู่เคียงข้างเค้าเสมอเวลาที่เค้ามีความทุกข์ไม่ว่าเรื่องนั้นมันเล็กน้อยซักแค่ไหน ให้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ที่คุณต้องดูแลอย่างเร่งด่วนเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่สี่&lt;br /&gt;คิดซะว่าทุกเรื่องของเค้าคือเรื่องสำคัญที่คุณต้องเอาใจใส่อย่างมากและทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่ห้า&lt;br /&gt;เต็มที่กับทุกเรื่องของเค้าที่คุณได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ต้องกังวลกับผลของมัน เพราะถ้าคุณ"เต็มที่"ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง คุณก็ชนะใจเค้าเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่หก&lt;br /&gt;คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจในทุกเรื่องที่เค้าเป็น แต่จงเข้าใจในความเป็นตัวเค้าให้มากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่เจ็ด(ข้อสุดท้าย)&lt;br /&gt;จงทำทุกข้อข้างบนอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพียงแค่นี้แหละ....คนที่คุณรัก...ก็จะมีความสุข...มีแต่รอยยิ้ม...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...และคุณก็จะพลอยยิ้มไปด้วย...เชื่อผม....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....คุณยังจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกเล่า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไม่ต้องไปกังวลว่าจะเหนื่อยฝ่ายเดียว...เพราะ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ถ้าคนที่รักกัน ทุกๆคนทำแบบนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไม่ว่าใคร...ก็จะมีแต่ความสุข...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เอ้า..เรามาเริ่มพร้อมๆกันนะครับ....(ยิ้ม)&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-471792535965345371?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/471792535965345371/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=471792535965345371' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/471792535965345371'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/471792535965345371'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/7.html' title='7 ข้อหล่อเลี้ยงรัก'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-5444945534388187721</id><published>2008-01-04T19:53:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:42:43.231-06:00</updated><title type='text'>กลับสู่จุดเริ่ม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;คนเราก่อนที่จะมีแฟน..อยู่ตัวคนเดียว&lt;br /&gt;..ก็มีความสุขดี อาจจะสุขมากด้วยซ้ำ สม่ำเสมอ..&lt;br /&gt;ถ้าเปรียบเป็นเส้นกราฟคงเป็น กราฟเส้นตรงแนวขนานที่มั่นคง&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;พอมีแฟน...มีคนเข้ามาร่วมใช้ชีวิต&lt;br /&gt;ความสุขของสองคนรวมกัน ย่อมมากขึ้น..&lt;br /&gt;กราฟก็วิ่งขึ้น...&lt;br /&gt;และแน่นอน..พอมีต้องเลิกกัน เกิดความทุกข์&lt;br /&gt;กราฟก็วิ่งลง...เข้าสู่เส้นตรงเส้นเดิม&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ก่อเกิดกลายเป็นรูป...ภูเขาหนึ่งลูกที่ตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินที่มั่นคง...&lt;br /&gt;ถ้าวันหนึ่ง...ภูเขาลูกนั้นมลายหายไป&lt;br /&gt;ผืนแผ่นดินอันแสนมั่นคงนั้น..ก็ยังคงอยู่ ไม่หายไปไหน&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;เปรียบเหมือนความรู้สึกของเรา ในวันที่ไม่มีใครเช่นกัน&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;..ก็แค่กลับไปมีความสุขเหมือนเดิม...&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;กลับเข้าสู่เส้นตรงที่แสนสุขนั้น...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ใครว่างก็เข้าไปเจอกันอีกนะครับ...&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-5444945534388187721?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/5444945534388187721/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=5444945534388187721' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/5444945534388187721'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/5444945534388187721'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_4638.html' title='กลับสู่จุดเริ่ม'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-4082877161504558227</id><published>2008-01-04T19:50:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:43:31.726-06:00</updated><title type='text'>สิ่งดีดี ที่มีไว้เติมเต็ม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ตั๊ด..สู้..ฟุด.. เฮ้!!!&lt;br /&gt;ตุ๊ด..สู้..ฟัด..&lt;br /&gt;..ก็ซัดกันไปกันมา...เกิดมีปัญหารักกัน...เฮ้!!!&lt;br /&gt;ตั๊ด..สู้..ฟุด.. เอ้า!!!&lt;br /&gt;ตุ๊ด..สู้..ฟัด..&lt;br /&gt;..ก็ซัดกันคนละที...เกิดมีความรักมั่วมาจึ๋งหนึ่ง...&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;ฟังเพลงนี้ครั้งแรกก็ชอบเลยครับ&lt;br /&gt;ยิ่งเป็นเสียงของพี่ติ๊กด้วยแล้ว..เข้ากั๊น..เข้ากัน&lt;br /&gt;...อย่าครับ..อย่าเพิ่งคิดอย่างนั้น&lt;br /&gt;(ไม่ต้องแอบยิ้ม)&lt;br /&gt;ผมยังไม่ได้เปลี่ยนใจไปชอบผู้ชายหรอกครับ...&lt;br /&gt;เพียงแค่คิดว่า..ความรักมันทำให้ทุกชีวิตบนโลกนี้ช่างสดใส&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเพศใหน..ลองได้มีความรักแล้วล่ะก็&lt;br /&gt;เป็นต้องยิ้มแก้มปริกันทุกที..&lt;br /&gt;ไม่เชื่อก็ลองหลับตา แล้วนึกถึงวันที่คุณกับคนที่คุณรัก..&lt;br /&gt;นั่งทานข้าวกันสองคน..แล้วเขินกันเองสิครับ&lt;br /&gt;ไม่กล้าสบตากัน..&lt;br /&gt;ได้แต่ยิ้ม ยิ้ม และก็ยิ้ม&lt;br /&gt;ความสุขช่วงนั้นแหละครับ ที่ทำให้ชีวิตของเรายืนยาวขึ้นไปอีกเป็นร้อยๆปีเลย&lt;br /&gt;(หลับตานั่งนึก..แล้วก็ยิ้มทุกที)&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่าทุกคนคงผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว..&lt;br /&gt;ฉะนั้น อย่าให้ความเศร้าหมองที่เกิดขึ้นภายหลัง&lt;br /&gt;มาทำลายความรู้สึกดีๆที่มีต่อกันนะครับ&lt;br /&gt;แม้ว่า..จะเดินไปด้วยกันไม่ได้&lt;br /&gt;ก็ไม่ได้หมายความว่าจะห่วงใยกันไม่ได้นี่นา&lt;br /&gt;เรายังรู้สึกดีๆต่อกันได้เสมอ&lt;br /&gt;และที่สำคัญ..ถ้าเราทำได้&lt;br /&gt;คุณและคนที่คุณรักจะไม่มีวันพรากจากกันเลยครับ...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;บางครั้ง ความสุขที่สุดก็ไม่ได้เกิดจากการได้ครอบครองนะครับ&lt;br /&gt;เอ้า...ยิ้มให้กันได้แล้วววว&lt;br /&gt;(ยิ้ม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-4082877161504558227?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/4082877161504558227/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=4082877161504558227' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4082877161504558227'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4082877161504558227'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_6976.html' title='สิ่งดีดี ที่มีไว้เติมเต็ม'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-5829094967099190692</id><published>2008-01-04T19:47:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:43:58.815-06:00</updated><title type='text'>ชอบเร็ว?...รักเร็ว?...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ทำไมพี่....ชอบ....เร็วจัง?&lt;br /&gt;(คำที่หายไป คือ ชื่อของบุคคลที่ไม่สามารถเอ่ยนามได้)&lt;br /&gt;น้องที่ผมสนิทมากคนหนึ่ง ถามผมด้วยประโยคนี้...สดๆร้อนๆ..&lt;br /&gt;ใช่...เมื่อคืนนี้เอง&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;คำถามนี้..ดูแสนจะธรรมดา&lt;br /&gt;แต่มันสุดแสนจะกวนใจผม ให้ครุ่นคิดถึงเหตุผลของการกระทำดังกล่าว&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;ที่กวนใจ ไม่ใช่ว่าทำไมน้องถึงถามผมแบบนี้&lt;br /&gt;และ..&lt;br /&gt;ไม่ใช่ว่าทำไมพี่คนนั้นถึงชอบ....เร็วนัก&lt;br /&gt;แต่...&lt;br /&gt;แค่สงสัยว่า...&lt;br /&gt;ช้าหรือเร็ว..มันแตกต่างกันยังไง&lt;br /&gt;มันส่งผลต่างกันยังไง..&lt;br /&gt;และมันมีความสำคัญขนาดที่ต้องเอามาถามกันเลยเหรอ...&lt;br /&gt;...ผมไม่เข้าใจ&lt;br /&gt;ไม่เข้าใจว่า...&lt;br /&gt;ระยะเวลาช้าหรือเร็ว...&lt;br /&gt;..มันจะมาเกี่ยวข้องกับ"ความชอบ"ได้ยังไง&lt;br /&gt;ในเมื่อ"ความชอบ"คือกระบวนการคัดกรองทางจิตใจของมนุษย์&lt;br /&gt;ที่จะช่วยให้คนเราสามารถที่จะ"ตัดตัวเลือก"ที่มีอยู่หลายตัวไปได้ง่ายขึ้น..&lt;br /&gt;ในเวลาอันจำกัด..หรืออีกนัยหนึ่งคือ..&lt;br /&gt;..ในเวลาที่เรายังไม่มีโอกาสทำความรู้จักกันมากพอ..&lt;br /&gt;โดยสมองของเรา..จะไปขุดคุ้ยเอาประสบการณ์ครั้งเก่าก่อน..&lt;br /&gt;ที่มันสามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเราได้...มาเป็นตัวตัดสิน&lt;br /&gt;ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราจะไปซื้อกระเป๋าซักใบ...&lt;br /&gt;เมื่อเราเหลือบไปเห็นใบที่สีสันถูกใจ การใช้งานก็เหมาะสม ราคาก็ใช้ได้ ดีไซน์สวย&lt;br /&gt;เราก็จะ"ชอบ"ใบนั้นขึ้นมาทันทีและตัดสินใจซื้อในที่สุด ในเวลาเพียง...&lt;br /&gt;...ไม่กี่นาที!!!!!!!!!!!&lt;br /&gt;...ทั้งๆที่เรายังไม่ได้ลองใช้มันด้วยซ้ำ...!!!!!!!&lt;br /&gt;แต่เราก็"ชอบ"มันไปแล้ว..&lt;br /&gt;ซึ่ง.....ไม่ได้แปลกอะไรเลย.....เราเพียงแค่"ชอบ"เท่านั้น&lt;br /&gt;เวลาไม่มีความสำคัญอะไร...&lt;br /&gt;เพราะ"ความชอบ"เป็นเพียงประตูบานแรก ที่จะช่วยกรองของหลายชิ้น..&lt;br /&gt;ให้เหลือเพียง"ชิ้นเดียว"&lt;br /&gt;เพื่อที่จะได้มีโอกาส..ทำความรู้จักกัน..ได้ง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น...&lt;br /&gt;ส่วนมันจะพัฒนาไปเป็น"ความรัก"ได้หรือไม่นั้น&lt;br /&gt;ไม่มีใครรู้...นอกจากคนสองคน...&lt;br /&gt;.................&lt;br /&gt;พูดถึง"ความรัก"...&lt;br /&gt;มันถือเป็นระยะที่ต่อเนื่องในกรณีที่ต่างกัน...&lt;br /&gt;ในกรณีที่เป็นสิ่งของ...&lt;br /&gt;"ความรัก"จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเกิดกิจกรรมหรือเกิดการใช้งานที่ถูกใจ&lt;br /&gt;หาสิ่งอื่นมาทดแทนได้ยาก...จนเราต้องบอกว่า..เรา"รัก"กระเป๋าใบนี้มาก&lt;br /&gt;เพราะ......................................(มากมายเกินจะพูดหมด)&lt;br /&gt;และหวงแหน กลัวการที่ต้องสูญเสียมันไป&lt;br /&gt;และแน่นอนว่า..เราไม่ได้รักกระเป๋าทุกใบที่เราชอบ(เราจะรู้ได้ว่า"รัก"ก็ต่อเมื่อได้ลองใช้แล้วเท่านั้น)&lt;br /&gt;..แม้ว่ามันจะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับเรา&lt;br /&gt;แต่เราก็ยังเก็บมันไว้ในความทรงจำที่ดี..ไม่ใช่เหรอ&lt;br /&gt;......&lt;br /&gt;ส่วนในกรณีที่เป็นคน...&lt;br /&gt;การที่เรา"ชอบ"ใคร..นั่นหมายถึง...&lt;br /&gt;เราอยากที่จะมีโอกาสได้เรียนรู้นิสัยใจคอ...ของคนคนนั้นให้มากขึ้น...&lt;br /&gt;(เรียนรู้นิสัยกับใจนี่..พอจะเข้าใจได้...แต่คอนี่สิต้องเรียนรู้กันด้วยเหรอ)(ฮา)&lt;br /&gt;โดยอาจจะต้องพิจารณาจากลักษณะภายนอก ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าซะก่อน&lt;br /&gt;เช่น หน้าตา รูปร่าง น้ำเสียง การพูดคุย ลักษณะท่าทาง การศึกษา มากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละคน&lt;br /&gt;ซึ่งถ้าทั้งหมดนี้..ผ่านเกณฑ์ที่เราตั้งไว้...แน่นอนว่า&lt;br /&gt;เราก็"ชอบ"คนคนนั้นได้ทันที&lt;br /&gt;ซึ่ง..ไอ้การที่เราจะรู้เรื่องพวกนั้นได้เนี่ย...&lt;br /&gt;มันจะใช้เวลาซักเท่าไหร่กัน..บางคนอาจจะนานเพราะไม่มีโอกาส&lt;br /&gt;..แต่บางคนก็เร็วเพราะโอกาสมีมากมาย&lt;br /&gt;ฉะนั้น..ระยะเวลาก่อนที่จะ"ชอบ"ใครซักคนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรต้องเอามาคิด&lt;br /&gt;เนื่องจาก...มันยังบอกอะไรไม่ได้&lt;br /&gt;ใครจะรู้ได้ว่า..หลังจากที่"ชอบ"แล้ว..ได้มีโอกาสเรียนรู้กันและกันมากขึ้นแล้ว&lt;br /&gt;เราจะ"รัก"กันได้หรือเปล่า...อาจจะ"รัก"หรือไม่"รัก"ก็ได้ทั้งนั้น&lt;br /&gt;เวลาจะเป็นตัวบอกทุกสิ่งทุกอย่าง...&lt;br /&gt;ถึงตอนนั้นเราจะรู้เอง..และยอมรับมันได้เอง&lt;br /&gt;..................&lt;br /&gt;.......ฉะนั้น ถ้ามีใครมาชอบคุณ..จงอย่าถามเค้าว่า..ทำไมคุณชอบฉันเร็วจัง?&lt;br /&gt;เพราะมันอาจทำลายความรู้สึกดีๆที่อีกฝ่ายหนึ่งมีให้ อย่างไม่รู้ตัว&lt;br /&gt;อาจเป็นการดูถูกความประทับใจที่ก่อตัวขึ้นในใจอีกฝ่าย ว่าเสแสร้ง แม้คุณจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม&lt;br /&gt;..................&lt;br /&gt;..แต่ถ้ามีคนบอกคุณว่า..."ผมรักคุณ"ในเวลาที่คุณยังคิดว่าไม่นานพอ&lt;br /&gt;นี่แหละ คือช่วงที่คุณควรถามเค้าว่า..&lt;br /&gt;..ทำไมรักฉันเร็วจัง?&lt;br /&gt;........&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;สุดท้าย..&lt;br /&gt;ทุกอย่างมันก็อยู่ที่ใจคุณนั่นแหละ..&lt;br /&gt;ว่าจะคิดยังไง&lt;br /&gt;..............&lt;br /&gt;..........&lt;br /&gt;......&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;เกือบลืม..ละครท้ายเรื่อง&lt;br /&gt;"หนุ่มน้อยพนักงานขับรถไฟกับหวานใจตัวจิ๋ว"&lt;br /&gt;...ต่อจากเมื่อวานนี้&lt;br /&gt;หวานใจบอกกับหนุ่มน้อยว่า..เธอรู้..ว่ามีคนคนหนึ่งที่ให้เธอได้ทุอย่าง เข้าใจเธอได้ทุกอย่าง..แต่..&lt;br /&gt;ปัญหาสำคัญก็ คือ "เธอไม่ได้รักเค้า"&lt;br /&gt;หนุ่มน้อยมองไปที่หวานใจด้วยแววตาเอ็นดู....แล้วบอกว่า...&lt;br /&gt;..นั่นไม่ใช่ปัญหาจ้ะหรอกหวานใจ...ไม่มีใครรักกันได้เร็วขนาดนั้น...&lt;br /&gt;แม้แต่คนคนนั้นก็เถอะ..ผมว่าเค้าก็ยังไม่รู้ว่า...&lt;br /&gt;..เค้ารักหวานใจหรือเปล่า?...&lt;br /&gt;..เค้าแค่รู้สึกดีๆ...รู้สึกชอบและอยากให้มันพัฒนาไปมากกว่านี้...&lt;br /&gt;...การที่หวานใจไม่ได้รักเค้า..อาจไม่ได้หมายความว่า..&lt;br /&gt;หวานใจไม่ได้รักเค้าจริงๆ..&lt;br /&gt;แต่หวานใจอาจจะยังไม่รู้หรือเปล่า..&lt;br /&gt;ว่าจะรักเค้าได้มั้ย....&lt;br /&gt;ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงล่ะก็...&lt;br /&gt;หวานใจจะปฏิเสธเค้าตั้งแต่ยังไม่ได้ลองคบกันเลยเหรอ..&lt;br /&gt;ด้วยเหตุผลที่ว่า...ไม่ได้รักเค้างั้นเหรอ..&lt;br /&gt;อืม..ถ้าผมเป็นเค้านะ คงน้อยใจแย่..&lt;br /&gt;ดูสิ..ไม่มีแม้กระทั่งโอกาส...ที่จะพิสูจน์&lt;br /&gt;หวานใจรู้อะไรมั้ยคะ..ว่า&lt;br /&gt;ผมกับแฟนตอนเริ่มคบกัน..&lt;br /&gt;เรายังไม่ได้รักกันเลย..เรามารักกันก็ไอ้ตอนที่ได้มีโอกาสแสดงความห่วงใย&lt;br /&gt;กันนั่นแหละ..ยิ่งใช้เวลาร่วมกัน&lt;br /&gt;..ก็ยิ่งรักกัน&lt;br /&gt;อื้อ..แต่ผมจะพูดเรื่องของผมทำไมเนอะ...&lt;br /&gt;เอาเถอะ...ชีวิตของหวานใจ..&lt;br /&gt;ก็ต้องตัดสินใจเอาเอง..&lt;br /&gt;ผมแค่อยากทักท้วงว่า..&lt;br /&gt;อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป...&lt;br /&gt;ได้ลองแล้วถ้าไม่ดี..ก็หยุด....ยังไงซะก็น่าจะดีกว่าไม่ได้ลองนะครับ&lt;br /&gt;น่าจะดีกับทังสองฝ่าย...&lt;br /&gt;ผมเชื่อนะ..ว่าถ้าเค้ารู้ว่า...หวานใจไม่ไหว..เค้าก็พร้อมที่จะหยุด&lt;br /&gt;คนอย่างเค้า..เท่าที่ผมรู้..มักจะคิดถึงคนอื่นก่อนเสมอแหละ..&lt;br /&gt;แม้มันออกจะทรมานอยู่ซักหน่อย..แต่เพื่อความสบายใจของอีกฝ่าย&lt;br /&gt;ผมว่า...เค้าก็พร้อมจะทำนะ&lt;br /&gt;แล้วเลือกที่จะเก็บความทรงจำที่ดีๆไว้แทน&lt;br /&gt;อื้อ...เด๋วผมต้องไปขับรถต่อแล้ว&lt;br /&gt;ฝากไปคิดเป็นการบ้านด้วยนะคะ...&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;อื้อ...บางครั้งจุดหมายปลายทางก็ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่นะคะ คนที่จะร่วมเดินทางไปด้วยนี่สิสำคัญกว่านะ&lt;br /&gt;(จะพูดทำไมเนี่ย.............หนุ่มน้อยยิ้ม)&lt;br /&gt;ไปแล้ววววว..................................บ๊ายยยยยบายยยย&lt;br /&gt;...........................................&lt;br /&gt;และแล้วเรื่องราวก็จบลงอย่าง..งง...งง&lt;br /&gt;...........the end....................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-5829094967099190692?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/5829094967099190692/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=5829094967099190692' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/5829094967099190692'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/5829094967099190692'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_6908.html' title='ชอบเร็ว?...รักเร็ว?...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-1434706942122092361</id><published>2008-01-04T19:45:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:44:23.384-06:00</updated><title type='text'>...การ์ดใบหนึ่ง ที่เขียนด้วยหัวใจ...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;คุณเคยทำการ์ดซักใบ ให้คนที่คุณรักในวันที่พิเศษบ้างมั้ยครับ...&lt;br /&gt;ถ้าใครยังไม่เคย...&lt;br /&gt;ผมอยากให้ลองดูครับ...&lt;br /&gt;อุปกรณ์ก็หาได้แสนง่าย..&lt;br /&gt;..ใช้แค่ความรักที่คุณมีกับกระดาษและปากกาดีๆซักแท่ง...ก็พอแล้ว...&lt;br /&gt;เพราะในขณะที่คนเรากำลังมีความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณสื่อออกมา..&lt;br /&gt;..มันจะหอมหวานอย่างที่สุด...&lt;br /&gt;ตัวหนังสือขยุกขยุย...รูปภาพที่บิดเบี้ยวไร้ทักษะ..&lt;br /&gt;จะดูเป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...&lt;br /&gt;บางที..สำหรับผู้รับแล้วไอ้การ์ดใบที่แสนจะน่าเกลียดนี้..&lt;br /&gt;...อาจมีคุณค่ามากกว่า การ์ดสวยราคาแพงในห้างหรูซะอีกนะครับ...&lt;br /&gt;กระดาษและน้ำหมึกเหมือนกันก็จริง..&lt;br /&gt;แต่กรรมวิธีต่างกัน....&lt;br /&gt;ไอ้การ์ดสวยราคาแพงที่ถูกผลิตด้วยเครื่องจักร ย่อมต้องดูดีขนาดสัดส่วนสวยงาม หาซื้อได้ในห้างหรู ขอแค่มีเงิน..&lt;br /&gt;แต่ยังไงก็ต้องแพ้วันยังค่ำ...&lt;br /&gt;เมื่อต้องเจอกับการ์ดที่สวยครึ่งๆกลางๆ...หรืออาจจะน่าเกลียดด้วยซ้ำ...&lt;br /&gt;แต่ว่ามันถูกผลิตขึ้นมาด้วย...หัวใจของคนที่รักคุณ&lt;br /&gt;เป็นการ์ดที่มีใบเดียวในโลก...การ์ดที่เงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ และที่สำคัญคือไม่ขาย..&lt;br /&gt;...แต่ทำไว้ให้คุณคนเดียว...&lt;br /&gt;จะมีอะไรสำคัญมากไปกว่านี้อีกล่ะครับ...&lt;br /&gt;...ใกล้แล้วนะโอกาส&lt;br /&gt;เอาเลยครับ...ถ่ายทอดความรักลงไปบนเส้นหมึก...&lt;br /&gt;แล้วเขียนมันด้วยหัวใจ...&lt;br /&gt;แค่นี้...คนที่คุณตั้งใจให้เค้าก็ยิ้มแก้มปริแร๊วววววว&lt;br /&gt;..........(แอบยิ้ม)&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-1434706942122092361?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/1434706942122092361/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=1434706942122092361' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1434706942122092361'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1434706942122092361'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_4483.html' title='...การ์ดใบหนึ่ง ที่เขียนด้วยหัวใจ...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-1371268197887348051</id><published>2008-01-04T19:42:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:44:52.421-06:00</updated><title type='text'>...เพลง...</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;เคยรู้สึกมั้ยครับว่า...&lt;br /&gt;เพลงบางเพลง...&lt;br /&gt;มีเนื่อหาที่ดีมากๆ...ทำนองที่โดนใจมากๆ....&lt;br /&gt;ทั้งๆที่ฟังมาก็หลายครั้ง....&lt;br /&gt;..แต่ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมาย&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;แต่พอช่วงที่ชีวิตเรา...ดันมีอะไรที่คล้ายเพลงๆนั้นพอดี&lt;br /&gt;..ความประทับใจกลับถาโถมและพรั่งพรู...&lt;br /&gt;ยิ่งฟังยิ่งเพราะ...ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกดี....&lt;br /&gt;เหมือนกับว่า...มันแต่งขึ้นมาเพื่อเราอย่างนั้นแหละ...&lt;br /&gt;....จะเกิดอะไรขึ้น&lt;br /&gt;ถ้าเกิดชีวิตเราดันไม่มีโอกาสที่จะเหมือนบทเพลงเหล่านี้...&lt;br /&gt;เราจะมีโอกาสได้ซาบซึ้งกับมันมั้ยนะ....&lt;br /&gt;จะได้นั่งยิ้มคนเดียวเหมือนอย่างที่เป็นอยู่หรือเปล่านะ...&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;เป็นเรื่องแปลก..&lt;br /&gt;ทั้งๆที่เพลงเหล่านี้ก็เปิดบ่อยๆ...&lt;br /&gt;แต่เรากลับไม่เห็นถึงคุณค่า...ไม่ซาบซึ้งกับมัน...&lt;br /&gt;นั่นเป็นเพราะ...&lt;br /&gt;เรามักจะเลือกมอง..เลือกฟัง...เฉพาะสิ่งที่เราต้องการ...เท่านั้น&lt;br /&gt;และบ่อยครั้ง..สิ่งที่เราต้องการ...&lt;br /&gt;มักทำให้เราผิดหวัง....อยู่เสมอๆ...&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว...&lt;br /&gt;ลองเปิดหัวใจของคุณให้กว้างอีกนิดดีมั้ยครับ....&lt;br /&gt;ลองเปิดใจให้กับเพลงที่ไม่รู้จัก...และลองฟังอย่างตั้งใจ...&lt;br /&gt;ลองค่อยๆซึมซับ...ความรู้สึกดีดี ที่คนแต่งบรรจงสรรสร้างมาให้ด้วยหัวใจของเค้า&lt;br /&gt;...ด้วยหัวใจที่แสนบริสุทธิ์ของคุณ...&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่า...ความรู้สึกดีดี...&lt;br /&gt;..มันส่งถึงกันได้เสมอ...&lt;br /&gt;โดยมีความรักและความประทับใจ เป็นสะพานเชื่อมโยงถึงกัน&lt;br /&gt;ไม่แน่นะ..คุณอาจจะเปลี่ยนใจมาชอบมันก็ได้&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;แต่ถึงแม้ในท้ายที่สุด...&lt;br /&gt;คุณอาจจะไม่ชอบเพลงนี้...&lt;br /&gt;เพราะเพลงบางเพลง..ก็ไม่ได้เหมาะกับบางคน&lt;br /&gt;แต่อย่างน้อยๆ...คุณก็ได้รู้จักมันแล้ว...&lt;br /&gt;...เก็บไว้แต่เรื่องดีดี ที่บทเพลงสื่อถึง...&lt;br /&gt;ไม่แน่ว่า..วันนึงคุณอาจจะต้องใช้มันก็ได้นะครับ...ใครจะรู้&lt;br /&gt;...ช่ายม๊า&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;ขอให้ฟังเพลงอย่างมีความสุขนะครับ&lt;br /&gt;(ยิ้ม)&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ปล.ความรู้สึกดีๆที่อยู่ในเพลงมันไม่เคยหายไปใหนนะครับ...และจะคงอยู่อย่างนั้นตลอดไปอีกนานแสนนาน...&lt;br /&gt;ฉะนั้น...ลองตั้งใจฟังก่อนเห๊อะ...เดี๋ยวมีคนมาซื้อลิขสิทธิ์ไปซะก่อน จะอดฟังนะเอ้า...เชื่อผมเต๊อะ(ยิ้มอีกที)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-1371268197887348051?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/1371268197887348051/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=1371268197887348051' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1371268197887348051'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/1371268197887348051'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_6978.html' title='...เพลง...'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-2501723411983827370</id><published>2008-01-04T19:40:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:45:16.683-06:00</updated><title type='text'>ความต้องการของชีวิต</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ชีวิตนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเพียงแค่ต้องการ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่ทำทุกอย่างเพื่อให้เรายิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่มักจะเศร้าไปกับเราเสมอ..ราวกับว่าเค้าไปเจอเรื่องร้ายๆเหล่านั้นมาด้วยตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่คอยดุเรา เวลาที่เราดื้อเอาแต่ใจตัวเอง แต่ก็คอยปลอบเวลาที่เราต้องร้องไห้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่ไม่ถามถึงเรื่องราวเก่าก่อน..ทั้งๆที่เค้าก็รู้อยู่เต็มอก..และอาจจะอึดอัดอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่คิดถึงความรู้สึกของเราอยู่ตลอดเวลา..แม้ว่าบางเรื่องอาจทำให้เค้าต้องเจ็บปวดอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่มักจะให้เกียรติกับการตัดสินใจของเราเสมอ..และพร้อมจะคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เวลาที่เราพลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่คอยแตกตื่นเวลาเราเป็นไข้ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เค้าก็ห่วงยังกับว่าเราเป็นไข้หวัดนก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่คอยง้อ ทั้งๆที่เค้าไม่ได้ผิด เพียงแค่เค้าไม่อยากให้เราต้องทะเลาะกัน ไม่อยากให้มีช่วงเวลาที่ไม่ดีต่อกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่พยายามให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเราเสมอ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่นึกถึงเราเสมอ เวลาเจอเรื่องที่ดีๆ สิ่งของน่ารักๆ อาหารอร่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่คอยประคองความรู้สึกของเรา ไม่ให้ต้องเจอกับเรื่องที่ไม่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่ยอมเจ็บหัวใจอย่างที่สุด เพื่อให้เค้าคืนดีกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่ไม่ว่าใครจะว่ายังไง เค้าก็เชื่อใจเราเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่พยายามที่จะลองในสิ่งที่เราชอบ ทั้งๆที่เค้าอาจจะไม่ชอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่แคร์ความรู้สึกของผู้รับ มากกว่าผู้ให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่พร้อมจะดูแลเราไปตลอดชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...คนที่เข้าใจความเป็นตัวเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แค่คนที่เข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แค่เข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แค่นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ถ้าเจอแล้ว จงอย่าปล่อยให้เค้า ตรอมใจตายไปเสียก่อนนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพราะ"ความเข้าใจ"...ต้องอาศัย"ความรัก"มาหล่อเลี้ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพื่อที่"คุณ"และ"เค้า"จะได้มีความสุขในทุกวินาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพื่อความรักที่หวานหอมและสดชื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ตลอดกาลนาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางครั้ง...ในจุดที่ชีวิตจมอยู่กับความเศร้าและความมืดมิด&lt;br /&gt;เพียงแค่มีอีกคนมาร่วมแบ่งปันความเศร้านั้น&lt;br /&gt;...ไม่ว่ามันจะมืดสักแค่ไหน..จะนานอีกเท่าไหร่&lt;br /&gt;...กำลังใจเราก็เต็มเปี่ยมพร้อมสู้&lt;br /&gt;...เพราะเรารู้ว่า...&lt;br /&gt;...จะมีอีกคนคอยปกป้องเราอยู่ข้างๆเสมอ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-2501723411983827370?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/2501723411983827370/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=2501723411983827370' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/2501723411983827370'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/2501723411983827370'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_2183.html' title='ความต้องการของชีวิต'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-280823341110117994</id><published>2008-01-04T19:38:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:45:45.338-06:00</updated><title type='text'>อยากเกิดเป็นก้อนหิน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;คนเรานี่ก็แปลกเนอะ...&lt;br /&gt;อารมณ์เดี๋ยวสุข...เดี๋ยวเศร้า...&lt;br /&gt;ถ้าเป็นไปได้ อยากเกิดเป็นก้อนหิน...&lt;br /&gt;..ไม่ต้องสุข...ไม่ต้องเศร้า...&lt;br /&gt;มีหน้าที่อยู่เฉยๆ..ไม่ต้องรู้สึกอะไร...&lt;br /&gt;อยู่นิ่งๆ...ทำตัวให้สมกับเป็นก้อนหินที่ดี...&lt;br /&gt;เอาไว้ให้คนเดินสะดุดล้ม....เอิ๊กๆๆๆ&lt;br /&gt;วันดีคืนดีก็มีคนมาเอาไปผสมปูน...&lt;br /&gt;...ถูกฝังทั้งเป็นซะงั้น เอิ๊กๆๆ&lt;br /&gt;...............&lt;br /&gt;ถ้าเราไม่เคยตื่น..เราจะรู้ได้ยังไงว่าเรากำลังฝัน...&lt;br /&gt;ฉันใดฉันนั้น..&lt;br /&gt;ถ้าเราไม่เคยสุข..เราจะรู้ได้ยังไงว่าเรากำลังเศร้า...&lt;br /&gt;..............................&lt;br /&gt;..ชีวิตช่างเรียบง่ายดีแท้...&lt;br /&gt;..............................&lt;br /&gt;อย่างน้อย ก้อนหินก็ไม่มีหัวใจไว้ให้ช้ำ&lt;br /&gt;......เนอะๆ.................&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-280823341110117994?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/280823341110117994/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=280823341110117994' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/280823341110117994'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/280823341110117994'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_2393.html' title='อยากเกิดเป็นก้อนหิน'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-8033586774281090707</id><published>2008-01-04T19:36:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:46:10.060-06:00</updated><title type='text'>เวลาไม่เคยเท่ากัน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ใครเป็นคนบอกว่า...คนทุกคนมีเวลาเท่ากัน..&lt;br /&gt;ผมคนนึงล่ะ ที่ไม่เชื่อ..&lt;br /&gt;บางครั้ง...ในเวลาที่เรามีความสุข อิ่มเอิบ แสนจะประทับใจ&lt;br /&gt;เวลามันมักจะวิ่งสี่คูณร้อยเข้าเส้นชัย ทำลายสถิติโลกไปแล้วเสมอ&lt;br /&gt;แต่ในบางครั้ง...ท่ามกลางมรสุมอันโหดร้ายของชีวิต&lt;br /&gt;ที่พัดโหมกระหน่ำ ราวกับจะกระชากฉีกเฉือนความทรงจำอันแสนอบอุ่น&lt;br /&gt;ให้ฟุ้งกระจายและไหลล่อง ไปพร้อมกับคราบน้ำตาที่ไม่มีวันหวนคืน&lt;br /&gt;เวลามันก็มักจะเอ้อระเหย เดินทอดน่อง กินลมชมวิวไปราวกับไม่รู้ว่า&lt;br /&gt;มีใครอีกหลายคนที่กำลังจะขาดใจ อยู่ข้างๆย่างก้าวอันแสนเย็นชา&lt;br /&gt;แล้วลองคิดดูว่า..&lt;br /&gt;หากคนสองคนนี้ต้องมาเดินเคียงข้างกัน...ใช้ชีวิตร่วมกัน...&lt;br /&gt;ในเวลาที่เท่ากัน..แล้วล่ะก็..&lt;br /&gt;ในขณะที่คนนึงมีความสุขมากมายและล้นเหลือ&lt;br /&gt;แต่อีกคนกลับต้องเผชิญโชคชะตาอันโหดร้ายต่อไปอย่างเลือดเย็น&lt;br /&gt;ณ จุดที่เวลาถึงที่หมายปลายทางสุดท้าย&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;"มักจะมีรอยยิ้มไปพร้อมๆกับคราบน้ำตาเสมอ"&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;สำหรับผมขอมีความสุขแค่พอดีๆ จะได้ไม่ต้องทนทุกข์นานเท่านั้นก็พอ&lt;br /&gt;...เพราะ ผมกลัวเปียกน้ำครับ....&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-8033586774281090707?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/8033586774281090707/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=8033586774281090707' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/8033586774281090707'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/8033586774281090707'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_6081.html' title='เวลาไม่เคยเท่ากัน'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-4003529520488740131</id><published>2008-01-04T19:28:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:46:45.404-06:00</updated><title type='text'>อดเปรี้ยว..ไว้กินหวาน...จริงหรือ?</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;เพื่อนๆเคยได้ยินประโยคที่ว่า...&lt;br /&gt;"อดเปรี้ยวไว้กินหวาน"หรือเปล่าครับ&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินกันจนคุ้นลิ้นชินหู...&lt;br /&gt;ประโยคนี้มันหมายถึงว่า...&lt;br /&gt;เราควรจะอดทนและเฝ้ารอเวลา ที่บางสิ่งบางอย่างที่เราต้องการ มันสุกงอมและหอมหวานเป็นที่สุด&lt;br /&gt;แต่นั่นก็ต้องแลกมากับความทรมานที่ต้องหักห้ามใจ ไม่ให้เผลอไปเด็ดมากินเสียก่อน&lt;br /&gt;เป็นอุบายของคนโบราณที่สอนให้เรารู้จักอดทน เพื่อรอเจอสื่งที่ดีกว่า...&lt;br /&gt;ผมไม่อยากจะเชื่อว่า..&lt;br /&gt;ในวันนี้..&lt;br /&gt;แค่ประโยคเดิมๆนี้..&lt;br /&gt;จะสร้างความว้าวุ่นใจให้ผมได้..&lt;br /&gt;มากมายขนาดนี้&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ขึ้นชื่อว่าเป็นคน..&lt;br /&gt;ย่อมต้องหลากหลาย..&lt;br /&gt;และแตกต่าง&lt;br /&gt;ไม่งั้นคนเราก็คงเหมือนกันหมดทั้งโลก&lt;br /&gt;แต่งตัวเหมือนกัน กินอาหารอย่างเดียวกัน ใช้ชีวิตเหมือนๆกัน&lt;br /&gt;ผมแค่แอบคิดว่า..&lt;br /&gt;ไอ้การอดเปรี้ยวไว้กินหวานนั้น..มันเป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว..&lt;br /&gt;...จริงหรือ?&lt;br /&gt;ถ้าเกิดมีคนบางคนกลับชื่นชมรสเปรี้ยว ที่สุดแสนจะแปร่งลิ้นนี้&lt;br /&gt;เพราะว่ามันมีความตื่นเต้นมาปะปน อยู่ในรสชาติที่แสลงลิ้น&lt;br /&gt;ก่อเกิดความสุขแบบใหม่ เฉกเช่นเดียวกับที่คนญี่ปุ่นนิยมกินเนื้อปลาปั๊กเป้า&lt;br /&gt;เพราะตื่นเต้นดี ว่าคำต่อไปจะอยู่หรือจะตายล่ะ...&lt;br /&gt;หรือ..&lt;br /&gt;ถ้าบางคนไม่ได้มีเวลาหรือโอกาสมากพอที่จะรอคอยความหวานนั้นได้ล่ะ&lt;br /&gt;หรือ..&lt;br /&gt;ถ้าเกิดเราตั้งตารอให้ความหวาน ฉ่ำชื่นอย่างอดทนแล้ว&lt;br /&gt;ปรากฏว่าดันมีนกอื่นมาจิกเจาะเกาะรั้ง จนทำให้เราพลาดกับสิ่งที่อุตส่าตั้งตารอล่ะ&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;สิ่งเหล่านี้..จะเรียกว่าเป็นข้อดีหรือเปล่า&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;จริงๆแล้วผมเชื่อว่า...&lt;br /&gt;คนโบร่ำโบราณคงไม่ได้ตั้งใจจะฟันธงว่าวิธีนี้ดีที่สุดหรอกครับ&lt;br /&gt;แต่ท่านเชื่อว่าเราๆคงจะเอาไปปรับใช้กันเองได้&lt;br /&gt;โดยใช้สมองกลั่นกรอง ตามแต่สถานการณ์&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;...แต่ถ้าเกิดผมบอกว่า&lt;br /&gt;มีคนคนนึง..บอกกับผมกับผมอย่างนี้ล่ะ&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;...เค้าหมายความว่ายังไง&lt;br /&gt;...เค้าต้องการจะบอกอะไรกับผม&lt;br /&gt;...ไม่มีใครรู้&lt;br /&gt;...ไม่มีใคร...&lt;br /&gt;นอกเสียจาก..ตัวผมเอง..&lt;br /&gt;ที่ต้องใช้สมองกลั่นกรองดู&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;และผมเชื่อว่า..&lt;br /&gt;คำตอบที่ปลายทางสุดท้าย&lt;br /&gt;จะหอมหวานอย่างที่สุด...&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;(อันนี้ผมหลอกตัวเองครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-4003529520488740131?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/4003529520488740131/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=4003529520488740131' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4003529520488740131'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/4003529520488740131'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post_04.html' title='อดเปรี้ยว..ไว้กินหวาน...จริงหรือ?'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2017616892637183034.post-6806700895082587158</id><published>2008-01-04T19:20:00.001-07:00</published><updated>2008-06-15T12:47:37.454-06:00</updated><title type='text'>ก้อนเนื้อแห่งความกล้า</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้...ล้วนต้องมีจุดสิ้นสุด&lt;br /&gt;ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็ไม่อาจจะหนีพ้น&lt;br /&gt;บางเรื่อง..มีโอกาสให้เตรียมใจ&lt;br /&gt;แต่บางเรื่อง......ไม่มี&lt;br /&gt;บางเรื่อง.......มีโอกาสและเวลามากมาย...ให้เตรียมเจ็บ&lt;br /&gt;แต่บางคน..ก็ยอมที่จะไม่ทำอะไร&lt;br /&gt;ราวกับว่า..ความเจ็บนั้นมันเปี่ยมไปด้วยความหอมหวานอย่างที่สุด&lt;br /&gt;บางครั้ง..ถ้าเราไม่มีโอกาสเลือกอีกแล้ว&lt;br /&gt;ทั้งๆที่รู้ว่า..อาหารมื้อสุดท้ายในจานนี้มีพิษมากพอที่จะสูบเลือดให้เหือดแห้งไปในทันที&lt;br /&gt;แต่..เพื่อแลกกับความสุขก่อนลมหายใจสุดท้าย&lt;br /&gt;ความสุขที่จะติดตัวไปตลอดกาลนาน&lt;br /&gt;คนบางคนก็ยังเลือกที่จะกินมันอย่างเอร็ดอร่อย&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;โดยไม่แยแสความตายที่อยู่ตรงหน้า&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ความกล้าหาญเฮือกสุดท้าย...&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;เกิดขึ้นในก้อนเนื้อที่เรียกว่า"หัวใจ"&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2017616892637183034-6806700895082587158?l=pondaor2429.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pondaor2429.blogspot.com/feeds/6806700895082587158/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2017616892637183034&amp;postID=6806700895082587158' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6806700895082587158'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2017616892637183034/posts/default/6806700895082587158'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pondaor2429.blogspot.com/2008/01/blog-post.html' title='ก้อนเนื้อแห่งความกล้า'/><author><name>pondaor</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04361119158418113334</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_RTVINIqSXt0/R4ckIshuHWI/AAAAAAAAAAU/W8deA5nSX9I/S220/%E0%B8%A1%E0%B8%B5.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
